
Sign up to save your podcasts
Or


8 ก.พ. 65 (เย็น) - การเห็นเป็นเรื่องอัศจรรย์ : คนเราก็ไม่ค่อยตระหนักว่า การที่เราเห็นโลกรอบตัวแต่ละขณะๆ เป็นความอัศจรรย์ ต่อเมื่อมันเริ่มมีปัญหาขึ้น มีสารบางตัวหายไป หรือมีมากเกินไป หรือว่าจอตาเริ่มเสื่อม ตอนนี้แหละถึงจะค่อยรู้ว่า การที่เราเห็นได้ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่ายเลย เป็นความอัศจรรย์ซึ่งบางคนก็ยกให้เป็นฝีมือของพระเจ้าที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้
8 ก.พ. 65 (เช้า) - จำแล้วต้องทำด้วย : ธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาและปฏิบัติ จึงมีการแบ่งออกเป็นปริยัติและปฏิบัติ ปริยัติหมายถึงการศึกษาธรรม และที่สำคัญคือการจดจำคำสอนของพระพุทธเจ้า จดจำธรรมะที่ครูบาอาจารย์ได้แนะนำสั่งสอน จดจำแล้วมันยังไม่พอ มันต้องปฏิบัติหรือทำด้วย จำได้เยอะแต่ไม่ได้ทำเลยมันก็ไม่มีประโยชน์ คนจำนวนมากที่จดจำข้อธรรมได้เยอะมาก แต่ว่าไม่ได้ปฏิบัติเลยหรือว่าไม่ได้นำเอาสิ่งที่จดจำนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ให้เกิดผลอย่างนี้เรียกว่าได้ประโยชน์จากธรรมะได้น้อย
7 ก.พ. 65 - ฉวยโอกาสใช้เวลาให้คุ้มค่า : ในเมื่อเราเห็นว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ก็ไม่ควรจะเสียเวลาไปกับความทุกข์ ยุคนี้มีแต่พูดว่าเวลาเป็นเงินเป็นเป็นทองแต่ว่ากลับหมดเวลาไปกับความทุกข์ ความเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวลมากเหลือเกินจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย มันสวนทางกันเลย เรียกว่าเวลามีค่า แต่ก็หมดไปกับความทุกข์ความเครียดความหงุดหงิดความทุกข์ความเศร้าความเบื่อ อย่างนี้เพราะไม่รู้จักใช้เหตุการณ์ต่างๆมาเป็นเครื่องฝึกจิตใจของเรา
3 ก.พ. 65 - สิ่งเตือนใจให้รู้ตัว : การเห็นรู้ทันความคิดและอารมณ์ มันสำคัญ ที่จะทำให้เรา ออกจากความทุกข์ได้ไว อย่างที่เล่าเมื่อวานเด็กเห็นลูกประคำ เด็กร้องอู้ฮู เด็กเห็นความดีใจ ความดีใจก็เป็นอารมณ์อย่างหนึ่ง ที่มันสามารถเป็นการบ้านเพื่อฝึกสติได้ มันมีอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งบวกทั้งลบ ทั้งขึ้นและลง ทั้งฟูทั้งแฟบ ส่วนใหญ่ก็ชอบอารมณ์ที่ฟู เราไม่ชอบอารมณ์ที่แฟบ แต่ไม่ว่าจะฟูหรือแฟบ หรือว่าขึ้นหรือลงเนี่ยสิ่งที่ควรทำสำหรับนักปฏิบัติก็คือว่าการดูมันเห็น ถ้าไม่เห็นอารมณ์ฟู มันจะเห็นอารมณ์แฟบได้อย่างไร ถ้าไม่เห็นความดีใจหรือไม่เห็นข้างในมันดีใจแล้วจะเห็นความเสียใจหรือรู้ทันเมื่อข้างในมันเสียใจได้อย่างไร สติพอเห็นอารมณ์พวกนี้แล้ว จิตที่เคยฟูเคยแฟบก็กลับเป็นปกติ จิตที่มันเคยกระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลงก็กลับมาเป็นปกติแล้วสิ่งที่ตามมาคือความสงบเหมือนกับน้ำที่ราบเรียบ
2 ก.พ. 65 (เย็น) - รักษากุศลในใจให้งอกงาม : ถ้าเราสร้างตัวกุศลเริ่มต้นจากความรู้สึกตัวมากๆ มันก็จะขับไล่เจ้าตัวร้ายหรือว่าความคิดที่เป็นอกุศลต่างๆ ออกไป รวมทั้งความทุกข์ด้วย รู้สึกตัวเมื่อไหร่มันก็หายทุกข์ มันก็ตื่น มันก็เบิกบานเมื่อนั้น แต่ถ้าหลงเมื่อไหร่ มันก็สามารถที่จะโดนอารมณ์ต่างๆ เข้ามาครอบงำ เศร้า โกรธ เครียด เกลียด หรือว่าทุกข์ทรมาน หงุดหงิด
2 ก.พ. 65 (เช้า) - ความโกรธมาเพื่อสอนใจเรา : เราควรหมั่นเห็น และหมั่นเรียนรู้จากอารมณ์เหล่านี้ เริ่มจากวางใจเสียใหม่ ว่าอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นของเลวอย่างเดียว มันมีประโยชน์ที่ช่วยให้เราเรียนรู้ ทีแรกก็รู้ว่ามันมีอาการหรือลักษณะอย่างนี้ ความโกรธเป็นอย่างนี้ ความเกลียดเป็นอย่างนี้ ความฟุ้งซ่านเป็นอย่างนี้ ต่อไปมันจะแสดงสัจธรรมให้เราเห็นลึกไปกว่านั้นด้วย
1 ก.พ. 65 - รู้ทันเจ้าตัวร้าย : เมื่อเรามีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์บ่อย ๆ ต่อไปก็จะรู้ทางว่าความคิดจะมาแบบไหน อารมณ์จะมาไม้ไหน คนเราเวลาจมอยู่ในอารมณ์ อารมณ์เหล่านี้จะพยายามครองจิตครองใจให้นานที่สุด มันมีลูกไม้หลายอย่าง เช่นเวลาเราโกรธ ความโกรธจะสั่งให้จิตส่งออกนอก ไปจดจ่ออยู่กับคนที่พูดไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเรา เราก็จะโกรธแล้วก็ด่าเขากลับ หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลย อันนี้เป็นอุบายอย่างหนึ่งของความโกรธ มันต้องการให้จิตเราส่งออกนอก จะได้ไม่หันกลับมาดูใจจนรู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น
28 ม.ค. 65 - จับหลักได้ก็เจริญสติถูก : บางคนเป็นทุกข์เวลามีความคิดไม่ดีเกิดขึ้นทำไมเราคิดชั่วแบบนี้ ทำไมเราคิดได้แบบนี้ ที่จริงความคิดไม่ใช่เรา เผลอหรือหลงไปคิดว่ามันเป็นเรา พอคิดว่าเป็นเรานี่ทุกข์เลย ทุกข์เพราะว่าเราคิดชั่วแบบนี้ได้ยังไง แต่ลองมองว่ามันไม่ใช่เรามันเป็นแค่สิ่งที่จรเข้ามา พอคิดแบบนี้เข้า มันก็ช่วยทำให้ดูมันโดยที่ไม่ไปยุ่งอะไรกับมัน แค่รู้ซื่อๆ แล้วมันก็จะหายไป
27 ม.ค. 65 (เย็น) - ปัจจุบันคือบ้านที่แท้จริง : สตินั่นแหละคือตัวหาใจให้เจอ แล้วก็พาใจกลับมาบ้าน กลับมาอยู่กับความรู้สึกตัว ทีแรกกลับมาอยู่กับกายก่อน เป็นอุบายให้กลับมาอยู่กับกาย ตอนหลังก็จะรู้ว่า ก็คือการกลับมาอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง เพราะบางครั้งปัจจุบัน หรือกิจที่ต้องทำในปัจจุบัน มันอาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องของกายก็ได้ เราอาจกำลังคิดเรื่องงานเรื่องการ เราอาจจะกำลังคิดทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ตอนนั้นเรากำลังใช้ความคิด แต่ถ้าเป็นกิจปัจจุบันและเรามีสติอยู่กับการคิดนั้น ไม่วอกแวก ไม่แฉลบคิดเรื่องอื่นอย่างนี้ ก็เรียกว่าอยู่กับปัจจุบันได้
27 ม.ค. 65 (เช้า) - อยู่เพื่อเตรียมตัวตาย : ทุกคนก็ต้องเจอสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น รวมทั้งต้องเผชิญกับการสอบไล่ของวิชาชีวิตด้วย หากใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หมั่นทำความดี เกื้อกูลผู้อื่น และฝึกฝนตนให้เข้าถึงความสงบเย็น ด้วยการมีสติรักษาใจไม่ให้อารมณ์อกุศลครอบงำ และมีปัญญาเห็นแจ้งในความไม่จิรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง จนปล่อยวางได้ ก็ย่อมไม่เป็นทุกข์เมื่อประสบความพลัดพรากและความผันผวนต่าง ๆ และสามารถผ่านการสอบไล่วิชาชีวิตได้ในที่สุด
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners