Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25650126pm-อย่าให้ความหลงทำร้ายใจเรา

    26 ม.ค. 65 - อย่าให้ความหลงทำร้ายใจเรา : ถ้าใจเรามีสติเป็นเครื่องรักษา ความหลงก็มาครอบงำจิตได้ยาก ไม่ใช่ว่ามันไม่เกิด แต่ว่ามันก็จะไม่สามารถครอบงำจิตของเราหรือว่าซ้ำเติมจิตใจให้เป็นทุกข์จนกระทั่งกายพลอยย่ำแย่ไปด้วย มันเป็นการปฏิบัติที่ทำได้ตลอดทั้งวัน

    แต่ก็ต้องอาศัยความระลึกได้อยู่บ่อยๆ เพราะว่าบางทีนิสัยความเคยชินเดิมๆ นิสัยที่ชอบหลงชอบลืม นิสัยที่ชอบปล่อยใจลอยไปกับการทำกิจต่างๆที่ว่ามา มันทำให้ความคิดหรือความตั้งใจที่จะรู้เนื้อรู้ตัว มันเลือนหายไป ตั้งใจว่าจะตื่นเช้าขึ้นมา อาบน้ำก็ดี ถูฟันก็ดี เราจะมีสติรู้ตัว เราจะอยู่กับเนื้อกับตัว แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็ลืม ไม่สามารถจะระลึกได้
     
    อันนี้มันก็เป็นธรรมดา มันอาจจะระลึกขึ้นมาได้หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้วเป็นชั่วโมง ไม่เป็นไร ทำใหม่ วันรุ่งขึ้นเอาใหม่ แล้วมันก็ลืมอีก แต่ว่ามันจะนึกได้ไวขึ้น ไวขึ้น ไวขึ้น แต่ก่อนผ่านไปเป็นชั่วโมงจึงนึกได้ แต่ตอนหลังผ่านไป 5 นาทีก็นึกขึ้นมาได้
    ตอนหลังมันก็นึกมาได้ทันที พอตื่นขึ้นมา เราตั้งใจว่าจะมีสติ มีความรู้สึกตัว อยู่กับการทำกิจต่างๆ อาบน้ำก็รู้ตัว ถูฟันก็มีสติรู้ตัว แต่เดี๋ยวก็ลืมไป ใจลอยตามความเคยชิน ไม่เป็นไร กลับมาทำใหม่ ถ้าเราทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันจะดีขึ้น มันจะมีความระลึกได้ไวขึ้น การรู้ทันความคิดและอารมณ์จะเกิดขึ้นได้ไวขึ้น แล้วความรู้สึกตัวก็จะกลับมาได้ถี่ขึ้น ถี่ขึ้น
     
    มันเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย ขอเพียงแต่ว่า หมั่นทำทุกวันทุกวัน แล้วก็ไม่ท้อไม่ถอย แม้จะลืมแม้จะหลงอย่างไรก็ทำใหม่ อันนี้แหละที่ช่วยที่ทำให้ใจของเราปลอดภัยจากความหลง แล้วก็ห่างไกลจากความทุกข์ที่รุนแรง และถึงแม้ว่ามันจะมาครอบงำจิต ก็สามารถที่จะสลัดมันทิ้งในเวลาไม่นาน
    29 min
  • 25650123am--คุณูปการของท่านติช นัท ฮันห์
    23 ม.ค. 65 - คุณูปการของท่านติช นัท ฮันห์ : เพราะฉะนั้นเรื่องการภาวนากับการทำงานเพื่อสังคม จึงไม่แยกจากกัน คำสอนของท่านยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆที่ดูเหมือนขัดแย้งกันอยู่เสมอ อย่างเช่นท่านบอกว่า ดอกไม้กับขยะ แยกจากกันไม่ออก เพราะว่าดอกไม้เมื่อทิ้งไว้สักพักหรือระยะหนึ่ง ก็กลายเป็นขยะ แล้วขยะในที่สุดก็ก่อเกิดเป็นดอกไม้ เพราะว่าขยะกลายเป็นปุ๋ยให้กับดอกไม้เจริญงอกงาม อันนี้เป็นอิทัปปัจจยตาที่ท่านอธิบายให้เห็นง่ายๆ
     
    รวมทั้งชี้ให้เห็นว่า ทุกสิ่งมันประกอบด้วยสิ่งที่ไม่ใช่มัน อย่างเช่นเก้าอี้ ก็เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ เก้าอี้เกิดจากอะไร เก้าอี้เกิดจากไม้ เกิดจากตะปู เกิดขึ้นมาได้เพราะว่าช่างไม้ ทั้งช่างไม้ก็ดี ตะปูก็ดี กาวก็ดี ไม่ใช่เก้าอี้ แต่เพราะว่ามีสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ เก้าอี้จึงเกิดขึ้น อันนี้ท่านสอนเรื่อง “อนัตตา”แล้ว
     
    สอนให้รู้ว่า ตัวเก้าอี้ไม่มี ตัวตนของเก้าอี้แท้ไม่มี มันเกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ ซึ่งก็คือสรรพสิ่ง เพราะว่าไม้ก็ดี เกิดขึ้นได้เพราะว่ามีฝน ฝนเกิดขึ้นได้เพราะมีเมฆ เมฆเกิดขึ้นได้เพราะมีพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้น ถ้ามองเก้าอี้ก็จะเห็นถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ก้อนเมฆ
     
    มองมาที่ตัวเราแต่ละคน ก็จะเห็นจักรวาลทั้งจักรวาล เพราะฉะนั้น เราก็เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เรา อันนี้เป็นการมองความจริงแบบพ้นภาวะที่เรียกว่าทวิภาวะ ซึ่งเป็นการมองที่ลึกซึ้งมากในพระพุทธศาสนาที่ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง
     
    และถ้ามองอย่างนี้ ก็จะพบว่าไม่มีตัวตนของสิ่งใดเลย สิ่งใดไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้เพราะมันล้วนแต่เกิดจากสิ่งอื่น อันนี้คือเรื่องอนัตตาเลย ท่านสอนโดยใช้ภาษาที่ไพเราะ และอุปมาที่เข้าใจง่าย ที่ทำให้เราเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา จนกระทั่งทำให้เห็นว่าความทุกข์กับความตื่นรู้ หรือการพ้นทุกข์ ก็ไม่ได้แยกจากกัน ทุกข์กับความพ้นทุกข์ไม่ได้แยกจากกันเลย
     
    อันนี้ท่านพูดเป็นอุปมาว่าเป็นภาษาอังกฤษ No Mud,No Lotus “ไม่มีโคลนตมก็ไม่มีดอกบัว” มีดอกบัวได้ก็ต้องมีโคลนตม อันนี้เป็นอุปมา โคลนตมคือความทุกข์ อาจจะรวมถึงกิเลสด้วยก็ได้ ดอกบัวคือความตื่นรู้ ความรู้แจ้ง
     
    จะรู้แจ้งได้ก็ต้องอาศัยความทุกข์ ถ้าไม่มีความทุกข์ก็ไม่มีความรู้แจ้ง ความรู้แจ้งคืออะไร ก็คือความพ้นทุกข์ ความทุกข์กับความพ้นทุกข์ หรืออิสระจากความทุกข์ จึงไม่ได้แยกจากกัน
     
    อันนี้เป็นคำสอนที่ลึกซึ้งมาก แต่ว่าเข้าใจได้ง่าย อันนี้เป็นเอกลักษณ์ของท่านติชนัทฮันห์ และที่สำคัญคือ ชีวิตของท่าน สามารถที่จะเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้เป็นจำนวนมาก แล้วก็ทำให้เกิดกระแสใหม่ในวงการพระพุทธศาสนาซึ่งอาตมาเชื่อว่า ก็คงจะมีผลยั่งยืนไปอีกนานเลยทีเดียว อันนี้ก็เล่าเอาไว้ท่านติชนัทฮันห์ได้มีอิทธิพลอย่างไรกับผู้คนโดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาวอย่างอาตมาจนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้
    30 min
  • 25650122am--อ่านใจให้ออก

    22 ม.ค. 65 - อ่านใจให้ออก : ฉะนั้นการอ่านที่สำคัญก็คือการอ่านกิเลสออกด้วย ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการอ่านใจตัวอ่านใจตนให้ออก อ่านใจตนให้เป็น อ่านใจตนเป็นก็จะอ่านทุกข์ออก แล้วก็รู้เท่าทันอุบายของกิเลส อ่านเกมของกิเลสออก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยทำให้เราสามารถจะออกจากทุกข์ได้ ไม่หลงเชื่อกิเลส

    บางทีกิเลสก็ปั่นหัวเราให้เราพูดจาด่าทอคนที่เขานินทาเราหรือทำอะไรไม่ถูกใจเรา มันก็สรรหาเหตุผลว่า ต้องสั่งสอนไม่อย่างนั้นเขาจะได้ใจ แต่ที่จริงก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไร ไม่ได้หวังดีอะไรกับเขา เพียงแต่ว่าอยากจะเอาชนะเขา หรืออยากจะเร่งงานเขาให้สาแก่ใจ ซึ่งก็เป็นไปตามอำนาจของกิเลส
     
    ถ้าอ่านอุบายของกิเลสไม่ออกก็หลงเชื่อคล้อยตาม แล้วก็เพิ่มทุกข์ให้กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้นจะมีความรู้มากมาย แต่สุดท้ายก็เอาตัวไม่รอด ที่เรียกว่าความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ไม่รอดจากความทุกข์ ไม่รอดจากสิ่งที่เป็นอกุศล ก็เพราะการที่อ่านใจตัวเองไม่ออก
    28 min
  • 25650121pm--วิถีใหม่เพื่อใจที่ตื่นรู้

    21 ม.ค. 65 - วิถีใหม่เพื่อใจที่ตื่นรู้ : คำว่าวิถีใหม่มี 2 ความหมาย คือ วิถีความเป็นไปของเหตุการณ์ต่างๆ อันนี้เราควบคุมได้ยาก ร่างกาย สังขาร บางทีก็แปรเปลี่ยนไปอยู่แล้ว มันเป็นของแน่นอน จากหนุ่มสาวสู่วัยชรา จากการมีกำลังวังชาก็เริ่มลดน้อยถอยลง นี่คือวิถีใหม่ที่เกิดขึ้นกับทุกคน

    ความปกติธรรมดามันแปรเปลี่ยนไปเรื่อย แต่ก่อนตาดี หูฟังชัด แต่ตอนนี้ตาก็เริ่มฝ้าฟาง หูก็เริ่มตึง ความจำก็เริ่มเลอะเลือน นี่คือความปกติชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อเวลาผ่านไป อันนี้เราคุมได้ยาก
     
    แต่สิ่งที่เราทำได้คือวิถีปฏิบัติ วิถีความเป็นไปเราคุมได้ยาก มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา แต่วิถีปฏิบัติ เราทำได้ และเราควรจะรีบทำ เมื่อเราพิจารณาว่าวิถีเดิม วิถีแห่งความหลง แห่งความไม่รู้สึกตัว เป็นสิ่งที่ครอบงำกำกับชีวิตเราอยู่ เราก็สร้างวิถีใหม่ขึ้นมา นิ่งได้มากขึ้น วางได้มากขึ้น
     
    ที่จริงเราควรใช้สิ่งนี้มาเป็นเครื่องวัดความเจริญก้าวหน้าของคนเรา เมื่อเราอายุมากขึ้น แก่ตัว เราไม่ต้องรอให้แก่ แค่เราอายุมากขึ้น ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เราควรจะนิ่งได้มากขึ้น วางได้มากขึ้น และรู้สึกตัวได้มากขึ้น ไม่ใช่ว่ายิ่งแก่ตัวยิ่งงุ่นง่าน หรือว่ายิ่งฉุนเฉียว ยิ่งอารมณ์เสีย เป็นอย่างนี้มากทีเดียว เพราะเขาไม่เห็นคุณค่าของการนิ่ง การวาง ความรู้สึกตัว แต่ถ้าหากว่าเราได้มาเรียนรู้เรื่องของชีวิตมากขึ้น เราก็จะเห็นคุณค่าของสิ่งนี้ และพยายามสร้างวิถีใหม่ให้เป็นไปในทางนี้ มันคือวิถีแห่งความรู้สึกตัว อย่าไปรอให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแล้วค่อยมานึกถึงการสร้างวิถีใหม่ เราสามารถจะทำได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
    30 min
  • 25650116am--ใช้ทุกอย่างมาสอนใจ

    16 ม.ค. 65 - ใช้ทุกอย่างมาสอนใจ : ในยามที่เราโกรธ จะใช้เหตุผลเพื่อให้ความโกรธมันบรรเทา บ่อยครั้งก็ไม่ได้ผล เพราะว่าตัวมันเองก็มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยไม่มีเหตุไม่มีผลอยู่แล้ว จะใช้เหตุผลระงับความโกรธ มันทำได้ยากในบางครั้ง แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เอามันอยู่ก็คือ สติ

    เพราะสติไม่ใช่เรื่องของเหตุผล ถ้าสติไว มันรู้ทันความโกรธ แล้วมันก็สามารถที่จะทำให้ความโกรธละลายหายไปได้ เพราะความโกรธมันเกิดขึ้นจากความหลง แต่พอมีสติขึ้นมา ความรู้สึกตัวก็เกิดขึ้น พอความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ความโกรธหายไป ความโกรธก็ค่อยๆจางไป
     
    เพราะฉะนั้น คนเรามันก็เจออารมณ์ที่รบกวนแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ บางทีก็ไม่รู้สาเหตุ บางทีก็ไม่มีเหตุไม่มีผล เอาเหตุเอาผลกับมันไม่ได้ บางทีเอาถูกเอาผิดกับมันไม่ได้เลย แต่สติมันเอาอยู่ ถ้าสตินั้นไวเร็วพอ ที่โกรธอยู่ดีๆมันหายโกรธเลย แต่ว่าสติจะมาเร็วมาไว เอาอยู่ มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มันต้องเกิดจากการฝึก
    32 min
  • 25650115am--ผิดทีแรก ถูกทีหลัง

    15 ม.ค. 65 (เช้า) - ผิดทีแรก ถูกทีหลัง : สติของเราถ้าหากว่ามันเจออารมณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ใช่ครั้งเดียว ซึ่งยังจำไม่ได้ ต้องเจอหลายๆครั้งถึงจะจำได้ พอมันเกิดขึ้น ก็ไม่ปล่อยให้อารมณ์มาคุกคาม เล่นงานจิตใจ กลับมากำกับจิตให้มันวาง ไม่ไปตอแย ไม่ไปสู้รบตบมือกับอารมณ์นั้น

    พออารมณ์เหล่านั้น ใจไม่ไปยุ่งด้วย ไม่ไปเกี่ยวข้องด้วย มันก็ฝ่อไปเอง เพราะฉะนั้นในเวลาปฏิบัติ ก็ต้องยอมรับมันต้องผิดก่อน แล้วถึงจะถูกทีหลัง หรือควรให้ถูกทีหลัง อย่าไปคิดว่าทำแล้วจิตจะสงบราบเรียบ เป็นปกติ มันไม่ใช่หรอก มันก็ต้องมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น เกิดนิวรณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อันนี้ธรรมดา จะเรียกว่าเป็นเพราะเราวางใจไม่ถูก
     
    พอมันเกิดขึ้นแล้ว เราควรที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นตามมา ก็คือรู้ทันมัน พอรู้ทันมัน อย่างนี้เรียกว่าเราเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก หรือว่าผิดทีแรกแต่ว่าทำถูกทีหลัง นักปฏิบัติต้องเจออย่างนี้แหละ มันจะผิดทีแรกเสมอ คือปล่อยให้มีความคิดและอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นมา จนบางทีมันฟุ้งไปเลย แต่ว่าก็มาทำถูกทีหลัง มันจะฟุ้งไม่นาน
     
    มันเห็นความฟุ้งแล้วก็จะวาง จิตมันจะวาง ไม่ไปยึด จะมีอารมณ์ใดเกิดขึ้น ทีแรกเกิดเพราะความเผลอ แต่ทีหลังรู้ทัน ก็วางมันลง ไม่ไปตอแยกับมัน ไม่ไปผลักไสต่อต้านมัน จะให้ถูกทีแรกเลยทำไม่ได้หรอก มันต้องผิดก่อน ข้อสำคัญคือว่า ต้องให้ถูกตามมา ไม่ใช่ว่าผิดแล้วผิดอีก ผิดแล้วผิดอีก ผิด 1 ยังไม่พอ ผิด 2
     
    มันจะดีกว่า ถ้าหากทำผิด 1 แต่ว่าทีหลังก็ทำถูก เพราะฉะนั้นยอม ยอมที่ใจมันจะผิดมันจะพลาด ปล่อยให้มีอารมณ์ต่างๆความคิดเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่า ผิดแล้ว ก็ทำให้มันถูก คือรู้ทันมัน
     
    การรู้ทันคือ การทำถูกคือการวางใจให้ถูก รู้ทันเห็นมัน ไม่ต่อต้าน ไม่ผลักไสมัน แถมยังหาประโยชน์จากมัน เห็นสัจธรรมที่มันแสดงออกมา อันนี้เรียกว่าผิดทีแรกแต่ว่าทำถูกทีหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักปฏิบัติควรจะทำเป็นอาจิณ
    28 min
  • 25650114pm--อานุภาพของการยอมรับ

    14 ม.ค. 65 - อานุภาพของการยอมรับ : ทุกข์บางอย่างเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ หรือเรียกว่าทำจิต บางอย่างบรรเทาได้ แต่ว่าก่อนที่จะบรรเทา ควรทำจิตเบื้องต้น ทำจิตหรือทำใจ ทำอย่างไร อย่างแรกที่สุดคือการยอมรับ ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่ยอมรับ ก็จะกลายเป็นการซ้ำเติมตัวเอง แทนที่จะเสียแค่เงิน ใจก็เสียด้วย บางทีถึงกับเสียศูนย์ไปเลย เสียเงินยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเสียศูนย์จะหนักมาก แทนที่จะป่วยแค่กาย ใจก็ป่วยด้วย และหนักกว่าป่วยกายอีก นั่นเป็นเพราะไม่รู้จักทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

    มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกใจเราเกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น ใครที่อยู่ในเมืองก็ต้องเจอรถติด สังเกตไหมว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นขณะรถติด เกิดจากอะไร เป็นความทุกข์ชนิดใด มันไม่ใช่ทุกข์กายแต่เป็นทุกข์ใจ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในรถติดแอร์ เปิดเพลง มีขนมกินด้วยซ้ำ ไม่มีความทุกข์กาย แต่ทำไมคนจึงไม่ชอบรถติด นั่นเพราะมีความทุกข์ใจ ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า ทุกข์ใจไม่ได้เกิดจากรถติด แต่เกิดจากการไม่ยอมรับ จิตมันบ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย แต่ทันทีที่เรายอมรับได้ ใจสงบเลย
    30 min
  • 25650110am--มิตรแท้ในยามยาก

    10 ม.ค. 65 - มิตรแท้ในยามยาก : สติเป็นมิตรแท้ในยามยากจริงๆ คนเราในยามที่ยังไม่ยาก ยังไม่เห็นคุณค่าของสติหรอก แต่พอตกอยู่ในความทุกข์ความยากลำบาก ตกอยู่ในภาวะวิกฤต สติจะช่วยประคองใจ ไม่ให้ความทุกข์ครอบงำ ไม่ให้อารมณ์อกุศลต่างๆเข้ามาเล่นงานจิตใจ ไม่หาเรื่องใส่ตัวและก็ไม่ซ้ำเติมให้ตัวเองเป็นทุกข์หนักขึ้น

    สติแม้จะอยู่ในคุกแต่แค่กายเท่านั้น แต่ใจเป็นอิสระได้ ในยามป่วย แค่กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย ใจก็ยังเบิกบาน แม้พิการก็พิการแต่กาย แต่ใจสดใส เพราะว่ามีสติความรู้สึกตัวช่วยรักษาใจเอาไว้
     
    เพราะฉะนั้น คนเราต้องนึกถึง การมีเครื่องอารักขาจิตโดยเฉพาะในยามยาก แต่ว่าจะมีเครื่องอารักขาหรือมีมิตรที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลได้เราก็ต้องรู้จักหาตั้งแต่ตอนนี้ในยามที่สุขสบายดี เพราะถ้าหากว่ายากลำบากแล้ว หรือตกทุกข์ได้ยากแล้ว ถึงตอนนั้นเรียกสติหรือว่าจะพึ่งพาสติ มันก็อาจจะยาก ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วย หรือไม่ถึงกับติดคุกอะไรหรอก แค่เจอความผิดหวังในอาชีพการงาน ในชีวิตความสัมพันธ์ ถ้าไม่มีมิตรในยามยากก็อาจจะพลาดท่าเสียทีหรือว่าตกระกําลําบากไม่เป็นผู้เป็นคนเลยก็ว่าได้
     
    เพราะฉะนั้น การเจริญสติ สร้างสติ รู้จักกับสติให้มากขึ้น บำรุงหล่อเลี้ยงสติให้งอกงาม วันนี้เรารักษาสติ บำรุงสติ วันหน้าสติก็จะบำรุงรักษาเรา แล้วก็เป็นมิตรที่คอยอารักขาเรา อาจจะเป็นอย่างเดียวเท่าที่เรามีก็ได้โดยเฉพาะในยามที่เจอวิกฤต ในยามที่เจอความยากลำบาก
    27 min
  • 25650109pm--ความจริงคือปกติ

    9 ม.ค. 65 (เย็น) - ความจริงคือปกติ : พอเห็นความจริงหรือเข้าถึงความจริง ความปกติก็เกิดขึ้น และอะไรที่จะทำให้เราได้เห็นความจริง โดยเฉพาะความจริงของกายและใจ ความจริงของโลก บางทีก็พูดยากบางทีต้องใช้เวลา เป็น 10 ปีกว่าจะบอกได้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะว่าสิ่งที่เป็นความรู้ ผ่านไป 40-50 ปีก็พบว่าเป็นแค่ความเชื่อ หรือเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นมา ความจริงของโลกภายนอก มันก็กำหนดหรือระบุได้ยาก ยืนยันได้ยาก

    แต่ความจริงของกายและใจ เห็นได้ง่ายกว่า ที่เราทุกข์เป็นเพราะว่าเราไม่รู้ ไม่เห็นความจริงของกายและใจ เราไปหลงยึดกับสิ่งที่ไม่จริง โดยเฉพาะไปหลงตัวกูของกูซึ่งจิตปรุงแต่งขึ้นมา ด้วยอำนาจของอวิชชา คือความไม่รู้
     
    ความจริงของกายและใจ อันนี้มันเห็นชัดอยู่แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน เราก็จะเห็นความจริงของกาย เมื่อยกมือ เมื่อเดิน ทุกครั้งที่เรารู้สึกถึงกายเคลื่อนไหว อันนั้นแหละคือความจริง ซึ่งต้องอาศัยความรู้สึกตัว
    30 min
  • 25650109am--ปรับใจให้เป็นกลาง

    9 ม.ค. 65 (เช้า) - ปรับใจให้เป็นกลาง : มีคำสอนหนึ่ง อย่างเช่นเรื่องความสะดวกสบาย ท่านสอนให้รู้จักประมาณในความสบาย อย่าสบายมากเกินไป แต่ในอีกแง่หนึ่ง ท่านก็สอนควบคู่กัน ให้รู้จักหาความสบายให้กับตัวเองด้วย คำสอนที่ว่านี้ อย่าไปหลงในความสะดวกสบาย ให้รู้จักประมาณในความสบาย ท่านสอนสำหรับคนที่เพลิดเพลินในความสะดวกสบาย ให้รู้จักประมาณบ้าง แต่ว่ามีบางคนบางพวก พอไม่เพลิดเพลินในความสะดวกสบาย รู้จักประมาณในความสบาย กลายเป็นสุดโต่งไปอีกทางหนึ่งคือ ปฏิเสธความสบายไปเลย พระพุทธเจ้าก็สอนให้รู้จักหาความสบายให้กับตัวเองบ้าง อันนี้อยู่ในธรรมะที่เรียกว่า อายุวัฒนธรรม คือธรรมที่ทำให้อายุยืน เราจะได้ยินคำสอนของครูบาอาจารย์ หรือพระพุทธเจ้าที่บอกว่า อย่าไปให้ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อมาก ให้รู้จักสันโดษ สันโดษ เงินทองที่มี อย่าไปใช้ในการเสพสุข หรืออย่ามัวแต่หาเงินหาทองเพื่อการเสพสุขปรนเปรอตน ให้รู้จักสันโดษ

    แต่กับบางคน ท่านสอนอีกอย่างหนึ่งว่า ให้รู้จักใช้ทรัพย์บ้าง ให้รู้จักใช้ทรัพย์เลี้ยงตัวเองให้มีความสุข เพราะมันก็จะมีคนอีกประเภทหนึ่ง ไม่ฟุ่มเฟือย แต่กลายเป็นคนตระหนี่ไปเลยอันนี้ก็สุดโต่งไปอีกทางหนึ่งเลย สำหรับคนที่ตระหนี่ ไม่ยอมใช้เงินเลย เอาแต่หา เอาแต่เก็บ ท่านก็สอนว่าให้รู้จักเลี้ยงตัวเองให้มีความสุข ไม่ใช่เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงคนอื่นด้วยหรือใช้เงินเพื่อการเกื้อกูลเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม บำรุงสมณะชีพราหมณ์เป็นต้น อันนี้ก็สอนคนที่ตระหนี่ เพราะความตระหนี่เป็นสุดโต่งทางหนึ่ง
     
    แต่บางทีคนเราไม่เข้าใจ ไปเข้าใจว่าพระพุทธศาสนาปฏิเสธเรื่องความสบายหรือการใช้เงินเลี้ยงตัวเองให้มีความสุข อันนี้เป็นเพราะฟังคำสอนอีกแง่หนึ่ง ที่มุ่งสอนให้คนที่เอาแต่ใช้ทรัพย์เพื่อปรนเปรอตน หรือว่าฟุ่มเฟือย ซึ่งมีจำนวนมาก แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่ตรงข้าม ซึ่งก็เป็นโทษเหมือนกัน คือคนที่เอาแต่ตระหนี่ คำสอนของพระพุทธเจ้าหรือในพระพุทธศาสนาจะมีทั้งสองแง่ ในด้านหนึ่งก็ดึงคนที่สุดโต่งไปในทางที่เสพสุข หรือเพลินในความสุขให้กลับมา ระมัดระวังไม่หลงจมมีความสุขมาก หรือคนอีกประเภทหนึ่งจมในความทุกข์มาก หมกมุ่นอยู่ในความทุกข์ ทรมานตน ทำตนให้ลำบาก ก็ดึงให้มารู้จักหาความสบายให้กับตัวเองบ้าง หรือว่ารู้จักใช้ทรัพย์เลี้ยงตัวเองให้มีความสุขบ้าง
    27 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners