
Sign up to save your podcasts
Or


23 ธ.ค. 64 (เย็น) - ทำอะไรด้วยใจเต็มร้อย : กับงานก็เหมือนกัน ทำงาน ใจอยู่กับงานก็จริง แต่ว่าก็ไม่ลืมตัว บางทีใจมันก็เกิดความหงุดหงิด ก็เห็นความหงุดหงิดนั้น เห็นความเครียด เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นก็เห็นความเครียด มันเครียดเพราะอะไร บางทีไปหวังผลไปคาดหวัง ไปนึกถึงว่าเมื่อไหร่มันจะเสร็จเมื่อไหร่จะเสร็จ ซึ่งเป็นเรื่องอนาคต
ก็เห็นใจที่ไปเร่งรีบ ไปรอ ไปหวังผลเร็วๆ เห็นอาการของใจแบบนั้น ดึงกลับมา เพราะตอนนั้นใจไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว ใจไม่ได้อยู่กับงานแล้ว มันไปอยู่กับอนาคตไปอยู่กับผลของงาน ไปอยู่กับคำชื่นชมสรรเสริญหรือสายตาของผู้คน ที่มีต่องานที่กำลังทำอยู่ ว่าเขาจะมองอย่างไร เขาจะชื่นชมหรือจะสรรเสริญ หรือจะต่อว่า ตำหนิ หรือว่ามันจะเสร็จตามเป้าไหม มันจะบรรลุถึงเป้าที่วางไว้ไหม นี่มันอนาคตทั้งนั้น
ตอนนั้นใจมันไม่ได้อยู่กับงาน ไม่ได้ทำงานด้วยใจเต็มร้อย ถ้าเราทำงานหรือทำอะไรด้วยใจเต็มร้อย อันนี้แหละจึงจะเรียกว่าเราใช้ชีวิตเต็มร้อย เดี๋ยวนี้คำว่าใช้ชีวิตเต็มร้อย เป็นสำนวนที่คนพูดบ่อย แต่ว่าความหมายมันมักจะหมายถึงการใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยงเต็มที่
แต่ที่จริงแล้วเราจะใช้ชีวิตเต็มร้อยไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วยใจที่เต็มร้อย ถ้าเรามีชีวิตเต็มร้อยในแต่ละขณะๆ หมายความว่าเราใช้ชีวิตได้เต็มร้อยแต่ละขณะๆ อย่างนี้แหละจึงเรียกว่าเราใช้ชีวิตเต็มร้อย
23 ธ.ค. 64 (เช้า) - ใช้ชีวิตให้ดีก่อนไม่มีโอกาส : การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน ใช้ชีวิตให้เต็มที่ก็คือ ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์เพื่อส่งเสริมธรรม เพื่อสร้างเสริมธรรม ไม่ได้ใช้เพื่อเสพสุข ใช้ชีวิตเต็มร้อย เรามักจะได้ยินใช้เต็มร้อย เต็มร้อยในความหมายที่ถูกก็คือ สร้างบุญกุศลให้มันเต็มร้อยไว้เลย ให้มันเต็มจิต ให้มันเต็มหัวใจ ให้มันเต็มทั้งชีวิต
อันนี้จึงเรียกว่าใช้ชีวิตเต็มร้อย ซึ่งก็ต้องเริ่มต้นจากการที่มีสติเต็มร้อย มีความรู้สึกตัวเต็มร้อย ตราบใดที่ยังไม่มีสติเต็มร้อย ไม่มีความรู้สึกตัวเต็มร้อย ก็ยังถือว่าใช้ชีวิตเต็มร้อยไม่ได้ ที่ใช้ๆ กันมันไม่ใช่เต็มร้อย บางทีติดลบด้วย ต้องคิดใหม่ ใครที่บอกว่าในเมื่อชีวิตไม่แน่นอน จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเสพสุขให้เต็มที่ อันนี้เป็นความคิดที่ผิดพลาด ที่หลงทางมาก
สิ่งที่ควรทำคือตรงข้าม คือสร้างความดี สร้างบุญสร้างกุศล สร้างประโยชน์ แล้วก็ฝึกจิตฝึกใจให้พร้อม อย่างที่หลวงปู่ดูลย์ท่านบอก การปฏิบัติที่เราพยายามปฏิบัติมาทั้งหมด ก็เพื่อใช้ในเวลานี้เท่านั้น เวลานี้คือเวลาไหน คือเวลาระยะสุดท้าย เวลาที่ใกล้จะหมดลมก็ได้ ทำให้การตายเป็นการตายที่สงบ และถ้าคิดแบบนี้ก็นำไปสู่การใช้ชีวิตให้เกิดคุณค่า ไม่ใช่แค่ตายดีอย่างเดียว แต่ว่าเป็นการมีชีวิตที่ดี อยู่ดีด้วย
22 ธ.ค. 64 - ทำดีโดยไม่เลือกหน้า : ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่าจะได้นั่นได้นี่ จึงนิยมทำบุญหรือถวายทานกับคนที่สูงกว่าเรา หรือคนที่มีคุณวิเศษ เพราะเชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ไปๆมาๆการทำบุญก็เลยไม่ต่างจากการซื้อหุ้น เราก็ซื้อหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง เดี๋ยวนี้การทำบุญของคนน้อยก็ทำบุญด้วยท่าทีแบบนี้ มันก็เลยมีการทำบุญแบบเลือกหน้า
ในขณะที่ สิ่งที่ควรทำก็คือทำบุญโดยไม่เลือกหน้าอยู่ที่ว่า เขามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าการทำบุญก็ดี รวมทั้งการทำความดี ถ้าเราใคร่ครวญสักนิด เราจะพบว่า ทำดีกับใครก็ตาม มันก็ดีทั้งนั้น ไม่ว่าคนนั้น จะเป็นคนที่เรารัก มีบุญคุณกับเรา หรือคนที่เอาเปรียบเบียดเบียนเรา
เพราะขึ้นชื่อว่าความดี มันก็ควรจะทำดีกับทุกคน โดยไม่เลือกหน้า และเพราะทำดีแบบนี้ มันจึงจะช่วยขัดเกลาจิตใจของเราและยกจิตใจของเราให้สูงขึ้น อันนี้ต่างหากที่เป็นบุญที่สำคัญ มากกว่าบุญที่คาดหวังว่าจะได้มาจากการถวายทานกับพระที่มีคุณวิเศษ หรือว่ามีภูมิธรรมสูง อันนั้นมันจะจริงแต่ว่าสิ่งที่มีอานิสงส์มาก ไม่น้อยไปกว่าการทำด้วยจิตที่ลดละ ไม่ได้มุ่งจะเอา
18 ธ.ค. 64 - การเตรียมตัวตาย : คนทั่วไปเชื่อว่ามีแต่คนแก่เท่านั้นที่นึกถึงความตาย แต่คนหนุ่มสาวไม่ควรคิดถึงความตาย เพราะจะทำให้พลังในการสร้างสรรค์ลดลง คนหนุ่มคนสาวไม่ตายหรอกหรือ ความตายเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่มียกเว้น แต่ความจริงง่าย ๆ อย่างนี้ ผู้คนกลับมองไม่เห็นเพราะเพลินกับการเสพการบริโภค สังคมทุกวันนี้ถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมที่เน้นการเสพ การบริโภค เน้นความสุขทางเนื้อหนัง ความตายมันเป็นปฏิปักษ์กับความสุขทางวัตถุโดยตรง เพราะว่ามันหมายถึงความสูญเสีย หมายถึงความพลัดพราก การหมดโอกาสที่จะได้เสพบริโภค แต่ไม่ว่าจะเพลินแค่ไหน ความตายมันก็มาโดยไม่เลือกเวลา มีนักร้อง ดาราดัง ๆ ที่ตายไปในช่วงที่เป็นวัยรุ่นก็เยอะ คือมันประมาทไม่ได้ ไม่ว่าจะหนุ่มสาว คนมีอายุ ก็มีโอกาสที่จะตายได้ตลอดเวลา คนแก่เขาต้องคิดถึงความตายมากขึ้น เพราะว่ามันมาใกล้ทุกทีแล้ว แต่คนหนุ่มคนสาวก็ใช่ว่าจะหนีความตายได้
อย่างไรก็ตาม การนึกถึงความตายก็ต้องนึกให้ดีเหมือนกัน ไม่ใช่นึกแล้วใจห่อเหี่ยว ถ้านึกแบบนั้นไม่ถูกต้อง คือหนึ่ง เรานึกถึงความตายเพื่อที่เราจะได้ไม่ประมาท ไม่เผลอคิดว่าเราจะอยู่ค้ำฟ้า สอง เราคิดถึงความตายเพื่อจะได้เร่งทำสิ่งที่ควรทำ ขยันขันแข็ง ไม่แชเชือน อะไรที่จะต้องทำก็ควรรีบทำเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้ชีวิตล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ พอความตายเข้ามาถึงแล้วจะนึกเสียดายว่า โอย ฉันไม่น่าปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป เราต้องรู้จักเอาความตายมากระตุ้นเตือนตัวเองเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีค่าที่สุด
15 ธ.ค. 64 - เปิดรับความสุขทุกขณะ : ความสุขไม่ได้อยู่ที่ไหน แต่อยู่ตรงนี้และเดี๋ยวนี้แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนมุมมอง วางใจให้ถูก เราก็จะพบความสุขได้เสมอ ความสุขไม่ได้เกิดจากทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ และอำนาจ แต่อยู่ที่ว่าเรามีสติรู้ทันอารมณ์ของตน และมีปัญญารู้เท่าทันธรรมดาโลก หรือไม่ หากมองเป็น ไม่เพียงพบความสุขรอบตัวเท่านั้น หากยังสามารถสัมผัสความสุขที่มีอยู่กับตัวเราแล้วด้วย
เมื่อใดก็ตามที่เราตระหนักว่าความสุขนั้นตามติดเราไปตลอด ไม่ว่าอยู่ที่ไหน อยู่ในสถานการณ์ใด มีอะไรมากระทบ เราก็สามารถพบความสุขได้เสมอ
14 ธ.ค. 64 (เย็น) - พบอิสรภาพที่กลางใจ : อิสรภาพที่แท้จริงอยู่ที่ใจเรา แม้ร่างกายยังต้องพึ่งพิงอาหารและน้ำ ร้อหนาวตามดินฟ้าอาศ เจ็บปวดเมื่อต้องของแหลม แต่จิตใจไม่จำเป็นต้องทุกข์ไปกับกายก็ได้ แม้ชีวิตและโลกรอบตัวจะผันผวนปรวนแปร ต้องสูญเสียทรัพย์ คนใกล้ชิดพลัดพรากจากไป แต่ใจก็ยังสามารถเป็นปกติได้ นี้คือศักยภาพแห่งจิตที่มีอยู่กับทุกคน เราทุกคนเกิดและเติบโตในโลกแห่งกาม แต่ก็สามารถอยู่เหนือกามได้ เราเกิดและเติบโตมาท่ามกลางความบีบคั้นแห่งทุกข์ แต่ก็สามารถอยู่เหนือทุกข์ได้ ทั้งนี้เพราะ “อริยโลกุตตรธรรมเป็นทรัพย์ประจำตัวของทุกคน” ดังมีพุทธพจน์รองรับ และมีพระบรมศาสดาเป็นแบบอย่างแห่งผู้ที่ลุถึงอิสรภาพดังกล่าว
อิสรภาพที่อยู่กลางใจนั้นจะเผยแสดงปรากฏแก่เราได้ต่อเมื่ออาสวะหรือกิเลสที่ห่อหุ้มนั้นถูกทำลายลง การทำความดี สร้างสมบุญกุศล เพื่อลดละความเห็นแก่ตัว เป็นเบื้องต้นแห่งการเข้าถึงอิสรภาพดังกล่าว ยิ่งทำความดีสร้างสมบุญกุศลมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งเสริมมโนนธรรมภายในให้งอกงามและขัดเกลากิเลสให้เบาบางลง แต่หากบุญกุศลนั้นทำด้วยความเห็นแก่ตัว กล่าวคือทำเพราะอยากได้โชคลาภดังที่นิยมกระทำกัน ก็อาจทำให้กิเลสพอกหนาขึ้นและไกลจากอิสรภาพยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องรู้จักวางใจอย่างถูกต้องเมื่อทำบุญสร้างกุศล กล่าวคือทำบุญเพื่อลดละมิใช่เพื่อเอาให้มากขึ้น
การลดละกิเลสนั้นทำได้หลายอย่าง นอกจากการทำบุญให้ทานแล้ว ที่สำคัญคือการบำเพ็ญจิตภาวนาและปัญญาภาวนา เพื่อให้รู้กายและใจตามที่เป็นจริง จนเห็นชัดว่าไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเห็นว่า ตัวตน หรือ “ตัวกู ของกู” นั้นเป็นมายาภาพที่ถูกปรุงแต่งขึ้น การเห็นความจริงอย่างลึกซึ้งดังกล่าวย่อมนำไปสู่การปล่อยวางอย่างสิ้นเชิง ทำให้ความเห็นแก่ตัวปลาสนาการไปเมื่อกิเลสถูกทำลาย อิสรภาพที่กลางใจก็จะปรากฏในที่สุด
14 ธ.ค. 64 (เช้า) - ยอมรับธรรมชาติของความตาย : การระลึกว่าความตายอาจมาถึงเราเมื่อไรก็ได้ ยังทำให้เราเห็นถึงคุณค่าของแต่ละวันที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะมีหรือไม่ ทำให้เราเห็นถึงคุณค่าของแต่ละวันที่คนรักยังอยู่กับเรา เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะได้พบกันอีกหรือไม่ ทำให้เราชื่นชมกับสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่กับตัวและรอบตัว เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้เราจะมีโอกาสชื่นชมสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ ทำให้เราติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความใส่ใจ เพราะเราไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะได้พบกันอีกหรือไม่
13 ธ.ค. 64 - ปฎิบัติธรรมก่อนแนะนำผู้อื่น : ธรรม มันมีประโยชน์เมื่อเราได้ปฏิบัติกับตัว อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้น แต่บางคนมองธรรมว่ามีประโยชน์ในแง่ของคำแนะนำให้กับผู้อื่น ใช้ธรรมเพื่อแนะนำผู้อื่นแต่ไม่ได้เอามาใช้กับตัวเอง เวลาใครอกหัก สูญเสียทรัพย์ ถูกโกง ก็บอกให้เขาปล่อยวางๆ แต่พอตัวเองเจอบ้าง กลับทำอย่างนั้นไม่ได้ ก็กลับจมอยู่ในความเศร้าโศกความคับแค้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากทีเดียว เพราะไม่ได้เข้าใจธรรมอย่างแท้จริง
รู้ว่าธรรม เชื่อว่าธรรมมีประโยชน์ แต่มีประโยชน์ในแง่ที่แนะนำคนอื่นเท่านั้น แต่ไม่ได้เอามาใช้กับตัวเองหรือแก้ปัญหาของตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะว่าไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างแท้จริง หรือไม่ได้คิดที่จะใช้ธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงจิตใจตัวเอง
เพียงแต่เห็นธรรมเป็นแค่ยาครอบจักรวาลที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ ไม่รู้จะแนะนำเขาอย่างไรดี ก็นึกถึงธรรมขึ้นมา หรือบางทีก็นึกถึงรูปแบบของธรรม แต่ว่าไม่ได้เห็นหรือซาบซึ้งกับคุณค่าของธรรมอย่างแท้จริง เพราะว่าไม่มีประสบการณ์ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวัง
9 ธ.ค. 64 - อากาศหนาว ใจไม่หนาว : ถ้าเพียงแต่ว่า รู้เฉยๆ ไม่ไปผลักไส ไม่ไปหยิบหรือเข้าไปเกาะเกี่ยวไม่ทุกข์หรอก เมื่อมีความปวดก็เห็นมัน หรือว่ารู้ซื่อๆ อันนี้มันก็ทุกข์แค่กายแต่ใจไม่ทุกข์ เมื่อมีความหนาเห็นความหนาว แต่ไม่เป็นผู้หนาว ใจไม่ทุกข์หรอก มีความโกรธ เห็นความโกรธ ไม่เป็นผู้โกรธ ใจไม่รุ่มร้อนหรอก แต่เพราะว่ามันไม่เห็น มันเข้าไปเป็น มันก็เป็นผู้โกรธ ผู้หนาวขึ้น ความทุกข์ก็เลยเข้ามา
อันนี้แหละคือที่ท่านว่า “การเกิดทุกคราว เป็นทุกข์ร่ำไป” ให้เรารู้เท่าทันการเกิดชนิดนี้ ที่เกิดขึ้นในใจเราตลอดเวลา หรือเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้น หรือเมื่อเกิดขึ้นก็รู้ทัน เพียงแค่รู้ การเกิดก็ดับไป รู้ทันความเป็นผู้โกรธ พอรู้ทัน ผู้โกรธก็ดับไป รู้ทันความเป็นผู้ปวด พอรู้ทัน ผู้ปวดก็ดับไป รู้ทันความเป็นผู้หนาว พอรู้ทัน ผู้หนาวก็ดับไป
เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสดี หนาวๆอย่างนี้ หรือหนาวยิ่งกว่านี้ จะได้เป็นการฝึกสติ ฝึกการเป็นผู้ดูผู้เห็น หรือว่าเห็นโทษของการเป็นผู้เป็น เข้าไปเป็นผู้เป็น ไม่รู้กี่สิบปีแล้วหรือตลอดชีวิตที่เป็นผู้เป็นแต่ไม่รู้ทันมัน นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฝึก เห็น ไม่เข้าไปเป็น เห็นโทษของการเป็นผู้เป็น
8 ธ.ค. 64 - พบสุขท่ามกลางทุกข์ : คนที่ระลึกถึงความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ก็จะรู้สึกพอใจกับชีวิตที่มีอยู่ในตอนนี้ได้ไม่ยาก เพราะว่าแค่มันอยู่กับเรา แค่มันกินง่ายถ่ายคล่อง นอนได้หายใจราบรื่นแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แค่นี้ก็ถือว่ามีโชคแล้วเพราะว่า เพราะว่าทั้งหมดนี้ในวันข้างหน้าก็จะกลายเป็นอดีตไป เพราะเราคิดว่าวันข้างหน้าจะทุกข์อย่างไร เราจะมีความสุขในชีวิตวันนี้มากขึ้น อันนี้เป็นวิธีหนึ่งในการมีความสุขในปัจจุบันด้วยการชื่นชมในสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ เพราะว่ารู้ว่ามันจะไม่อยู่กับเราไปตลอด
เพราะฉะนั้นการระลึกถึงความทุกข์ มันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายมันเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราระลึกเป็นมันก็จะช่วยทำให้เรามีความสุขได้ง่ายและในขณะเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นการฝึก พร้อมที่จะเผชิญความทุกข์ที่ใหญ่กว่า หรืออย่างน้อยๆก็รู้จักวิธีที่จะรักษาใจไม่ให้ทุกข์ หรือแม้ว่าอยู่ท่ามกลางความทุกข์ได้ หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นสามารถรักษาใจให้เป็นสุขแม้เจอทุกข์
อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้มีปัญญาแม้ประสบทุกข์ก็ยังหาสุขพบ เป็นพุทธพจน์ที่สำคัญมาก และเป็นการบ้านให้กับพวกเราว่า ในยามที่เจอทุกข์ก็หาสุขพบท่ามกลางความทุกข์ได้อย่างไร และการเดินธรรมยาตราก็เป็นแบบฝึกหัดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราไม่เพียงแต่รักษาใจไม่ให้ทุกข์ในยามที่เจอทุกข์เท่านั้น แต่ยังทำให้เราพบสุขท่ามกลางความทุกข์ได้
From the publisher's feed

59 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

9 Listeners

0 Listeners