
Sign up to save your podcasts
Or


5 พ.ย. 64 - ลบดึงดูดลบ บวกดึงดูดบวก : แต่ถ้าบวกดึงดูดบวก ในความหมายที่พูดมา มันเป็นกฎธรรมชาติ เมื่อเรามีเมตตากรุณากับใคร มันก็ไปกระตุ้นเอาความรู้สึกดี อารมณ์บวกของคนๆนั้นออกมา ถ้าเราดีกับเขา เขาก็ดีกับเรา อย่างไรก็ตามมันก็เป็นไปได้ว่าจะมีคนที่พูดไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเราหรือแสดงอารมณ์ที่เป็นลบกับเรา ก็ไม่ได้หมายความว่า พอเราเจอคนแบบนี้แล้ว เราจะต้องรู้สึกลบไปกับคนเหล่านั้นด้วย ถึงแม้ว่าความรู้สึกลบของคนเหล่านั้นจะดึงเอาความรู้สึกลบในใจของเราออกมา ว่ามันมีตัวป้องกัน
5 พ.ย. 64 (เช้า) - รักษากายและใจให้เกื้อกูลกัน : จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว กายจะพลอยดีตามไปด้วย จิตที่มีสติ มีปัญญา รู้จักปล่อยรู้จักวาง ไม่ปล่อยให้กิเลส ตัณหา ราคะ โทสะครอบงำ ร่างกายก็ผ่อนคลายสุขสบาย เรียกว่าเกิดความผสมกลมกลืนเกื้อกูลกันทั้งกายและใจ แต่ถ้าใจไม่ได้รับการฝึกให้ดี ใช้กายไปในทางที่เสียหายขึ้นมา เสพ ดื่ม เที่ยว เล่น เพื่อสนองความต้องการของใจล้วนๆ พอกายป่วย สุขภาพย่ำแย่ สุดท้ายใจก็พลอยแย่ไปด้วย เพราะว่าพอกายป่วย ใจก็ป่วยไปด้วย เกิดความเครียด เกิดความห่อเหี่ยว เกิดความหงุดหงิด เกิดความวิตกกังวล เกิดความเศร้าหมอง จนบางทีถึงกับซึมเศร้า สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย เพราะว่าถูกทุกขเวทนาทางกายมันฉุดมันรั้ง เรียกว่าให้ย่ำแย่ไปทั้งสองฝ่าย ทั้งใจและกาย
4 พ.ย. 64 - กิจด้านในที่ควรทำสม่ำเสมอ : ใจฟุ้งก็รู้ อย่างนี้ดี สงบก็รู้ โกรธ หงุดหงิดเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องธรรมดา ก็แค่รู้ทัน ไม่ใช่ว่า ปฏิบัติแล้วจะโกรธไม่ได้ หงุดหงิดไม่ได้ แต่พอคาดหวังให้จิตสงบ พอโกรธก็เป็นทุกข์ พอหงุดหงิดก็ไม่พอใจว่าทำไมเกิดขึ้นกับใจของฉัน หรือทำไมเกิดขึ้นกับฉัน อันนี้เป็นเพราะว่าไปคาดหวังอยากเห็นผลไวๆ แต่พอเราวางความคาดหวังลง หรือว่าใจเย็นขึ้น การปฏิบัติก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากอะไรเลย เพราะว่าทำทุกครั้งก็เกิดผลทุกครั้ง เจริญสติทุกที มันก็มีสติเพิ่มขึ้นมาทุกขณะ แม้ว่าจะมีความกระเพื่อมขึ้นมาในใจก็ตาม
23 ต.ค. 64 - สร้างความลุ่มลึกให้แก่จิตใจ : การทอดกฐินปีนี้ ก็จัดว่าเป็นการทำบุญในภาวะที่พิเศษ เพราะว่าเราทำบุญท่ามกลางสถานการณ์โควิด เราจึงไม่สามารถทำบุญอย่างที่เคยทำได้ หลายคนก็อยากจะมาแต่ก็มาไม่ได้ และทางวัดก็ไม่ได้เปิดกว้าง จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจใฝ่ทำบุญมาติดตามการทำบุญทอดกฐินด้วย Facebook Live เป็นต้น
22 ต.ค. 64 - รู้ทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ : ความทุกข์ใจเกิดจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือความไม่ชอบ ความโกรธ ความเกลียด ความชัง การผลักไส ผลักไสอะไรก็ทุกข์ทันที เช่นเมื่อเจอเสียงดัง หรืออย่าว่าแต่เสียงดังเลย เสียงเบาๆ แถมไม่ใช่เสียงคุย แต่เป็นเสียงเพลง แต่ถ้าไม่ชอบเสียแล้ว แม้ได้ยินแค่ประเดี๋ยวเดียว หรือได้ยินแค่แผ่วเบา ใจก็ทุกข์ทันที เวลาได้ยินเสียงเพลง หรือเสียงคนคุยกัน กายไม่ทุกข์หรอก เพราะเสียงไม่ได้ดังเอ็ดตะโรระคายโสตประสาท แต่ใจมันทุกข์ ถึงตรงนี้ค่อยรู้ว่า ข้างในมันหงุดหงิด ไม่พอใจ โกรธ แต่บางคนก็ไม่รู้ เพราะเข้าไปในความหงุดหงิด ความโกรธไปแล้ว โกรธแต่ไม่รู้ว่าโกรธ จึงเป็นผู้โกรธ
21 ต.ค. 64 - เตือนตนเสมอว่าเวลาเหลือน้อย : “เวลา” เป็นสิ่งมีค่าอย่างยิ่งสำหรับคนสมัยใหม่ เพราะใคร ๆ ก็มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการแสวงหาเงินทอง ดังมีคำพูดว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง เป็นเพราะมีทัศนคติดังกล่าว เวลาว่างจึงหายไปจากชีวิตของผู้คน เนื่องจากไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยไม่มีเงินทองงอกเงย ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็บ่นว่า ไม่มีเวลา ๆ แม้จะหาเวลาเพิ่มขึ้นได้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีเวลาอีกเหมือนเดิม ไม่ต่างจากคนที่ได้เงินเท่าใดก็ไม่รู้สึกพอ
20 ต.ค. 64 - พบสุขในปัจจุบัน : เราก็สามารถมีความสุขในระหว่างการเดินทางได้ โดยเฉพาะถ้าเรามีฉันทะ ฉันทะคือความชอบ มีความชอบสุขที่ได้ทำ จะบรรลุหรือไม่ก็อันนั้นเป็นเรื่องอนาคต แต่ตอนนี้ฉันพอใจที่ได้ทำ มีฉันทะ เมื่อมีฉันทะก็มีความสุข และความสุขนี้ก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวหล่อเลี้ยงหรือผลักดันให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางได้
19 ต.ค. 64 - ไปได้ไกล ฐานต้องแน่น : การปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน แม้ว่าเราจะมีเป้าหมายที่สูง มุ่งไปที่ประโยชน์สูงสุดคือปรมัตถะ แต่ก็อย่ามองไปข้างหน้าอย่างเดียว ต้องเหลียวกลับมามองดูข้างหลังด้วย ว่าพื้นฐานเราแน่นไหม และได้ทำสิ่งที่เป็นพื้นฐานหรือเปล่า ในการเรียนทางโลก จะมีความรู้ในระดับมัธยมอุดมได้ อย่างน้อยต้องมีพื้นฐาน อ่านออกเขียนได้ คณิตศาสตร์ขั้นต้น ถ้าไม่มีที่เรียกว่า 3R ซึ่งเป็นพื้นฐาน มันก็ไปไม่รอดเหมือนกัน
18 ต.ค. 64 - เตือนตนเตือนใจให้ไกลทุกข์ : คนเราควรจะทำกรรมดีเรื่อยๆ แต่นอกจากกรรมดี เช่น การช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว มันยังมีกรรมอย่างอื่นที่เราควรจะทำ นั่นคือเรื่องของการภาวนา การทำกรรมดีที่ว่ามานี้ มันเป็นประโยชน์ท่าน แต่ว่าการภาวนานี้ก็เป็นประโยชน์ตน โดยเฉพาะเราภาวนาเพื่อให้เกิดสติ สมาธิ ปัญญา อันนี้ก็จะช่วยทำให้เราสามารถที่จะรับมือ หรือเผชิญกับความทุกข์ที่เกิดจากอนิจจังของสังขารได้ อย่างที่พูดไว้ในตอนต้น ความแก่ ความเจ็บความป่วย ความพลัดพรากสูญเสียและความตาย มันสิ่งที่เราหนีไม่พ้น มันเป็นสิ่งที่รอเราอยู่หรือกำลังเกิดขึ้นทุกขณะ ถ้าหากว่าเราได้บำเพ็ญกรรม อันได้แก่การภาวนา เราก็จะสามารถรักษาใจให้ไม่ทุกข์ ในขณะที่สังขารร่างกายของเรามันเสื่อม มันเจ็บมันป่วย หรือว่าสังขารที่เป็นวัตถุสิ่งของทรัพย์สมบัตินอกตัว มันสูญหาย รวมทั้งคนรักล้มหายตายจากไป ใจก็ไม่ทุกข์
17 ต.ค. 64 - ยกจิตเหนือโลก : แต่ที่จริงการอยู่บนที่สูงมันไม่ใช่เป็นแค่ชัยภูมิของร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นชัยภูมิของจิตใจด้วย การที่ตัวอยู่บนที่สูง น้ำท่วมไม่ถึงฉันใด ถ้าใจอยู่บนที่สูง ความทุกข์มันก็ท่วมไม่ถึงฉันนั้น ใจอยู่บนที่สูงหมายความว่าอย่างไร มันไม่ได้หมายความถึงว่าจิตใจดีมีคุณธรรมสูงส่ง แต่มันหมายถึงการที่ใจอยู่เหนือโลก คำว่าเหนือโลก มีคำอยู่คำหนึ่งเรียกว่าโลกุตระ โลกุตระแปลว่าอยู่เหนือโลก ถ้าใจเราอยู่ในระดับโลกุตระก็เรียกว่าอยู่เหนือโลก เมื่ออยู่เหนือโลก ความทุกข์ของชาวโลกก็ท่วมไม่ถึง เหนือโลกหรือโลกุตระ ความหมายหนึ่งที่เข้าใจได้ง่ายก็คือว่า เหนือโลกธรรม
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners