Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25640815pm--ธรรมะไม่ใช่เครื่องกล่อมใจ

    15 ส.ค. 64 (เย็น) - ธรรมะไม่ใช่เครื่องกล่อมใจ : การฟังธรรมะ ควรจะทำให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกจิต อย่างน้อยปล่อยวางด้วยสติ และถ้าฟังธรรมแล้วมาใคร่ครวญจนกระทั่งเกิดปัญญา การที่จะปล่อยวางด้วยปัญญากับสิ่งที่เคยให้ความสุข สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นเราเป็นของเรา มันก็จะเกิดขึ้นได้มาก เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราฟังธรรมะแล้วเพียงแค่กล่อมใจเฉยๆไม่เอาธรรมะไปปฏิบัติ มันก็จะเป็นอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ฟังแล้วก็สบายใจ แต่พอไม่ได้ฟังเมื่อไรก็เครียดหงุดหงิดมีความกลัดกลุ้มมีความเศร้าโศก ซึ่งก็ยังดี อย่างน้อยก็มีบางช่วงที่จิตใจสงบด้วยการฟังธรรม ดีกว่าไปดูหนังฟังเพลงหรือว่าไปกินเหล้าหรือเที่ยวห้าง

    แต่ว่าธรรมะให้อะไรเรามากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเครื่องกล่อมใจให้เราสบายหรือว่าทำให้เรานอนหลับได้ดี แต่มันช่วยทำให้เราตื่น ตื่นในแง่นี้คือมีปัญญา เริ่มต้นด้วยความรู้สึกตัว ไม่ถูกอารมณ์ต่างๆมาครอบงำจนหลง จนเมาในอารมณ์ ต่อไปตื่นเพราะเห็นสัจธรรมความจริง จนกระทั่งปล่อยวาง ไม่ยึดติดในสิ่งต่างๆว่าเป็นเราเป็นของเราได้ มันก็จะเกิดความสงบเย็นอย่างแท้จริง
    26 min
  • 25640815am--พบธรรมเพราะทุกข์

    15 ส.ค. 64 (เช้า) - พบธรรมเพราะทุกข์ : ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่เมื่อความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก ความล้มเหลวบังเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเศร้าโศก เสียใจ อาลัยอาวรณ์ ขุ่นเคือง ท้อแท้ หรือจมอยู่กับความตกต่ำย่ำแย่เสมอไป เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์สอนธรรม ฝึกใจเราให้เข้มแข็ง เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต อีกทั้งยังเปิดใจให้เห็นสัจธรรมได้ด้วย

    ความทุกข์ไม่เพียงผลักดันให้เราเข้าหาธรรม หากยังแสดงธรรมให้เราเห็น เพราะทุกข์ก็คือธรรมนั้นเอง สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้นล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์ แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเจอทุกข์แล้วมักปล่อยใจให้เป็นทุกข์ จึงถูกทุกข์กระทำย่ำยี อันที่จริง ทุกข์นั้นหากเราดูมันด้วยสติ พิจารณาด้วยปัญญา ก็สามารถเห็นธรรมที่ช่วยให้จิตเป็นอิสระจากทุกข์ได้ เพราะกุญแจที่ไขไปสู่ความพ้นทุกข์ก็อยู่ในทุกข์นั้นเอง ทุกข์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความพ้นทุกข์
     
    ปราศจากโคลนตม ดอกบัวอันงดงามย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้ฉันใด ปราศจากความทุกข์ ปัญญาหรือความรู้แจ้งก็มิอาจเกิดขึ้นได้ฉันนั้น ดังนั้นเมื่อประสบทุกข์จึงไม่ควรตีโพยตีพาย หรือปล่อยใจให้จมอยู่ในความทุกข์ แทนที่จะเป็นผู้ทุกข์ พึงถอยออกมาเห็นทุกข์ ทุกข์จะกลายเป็นธรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
    27 min
  • 25640814pm--สร้างสมดุลให้ชีวิต

    14 ส.ค. 64 (เย็น) - สร้างสมดุลให้ชีวิต : เวลาที่คนเราทำประโยชน์โดยเฉพาะในยามนี้ ที่มีคนจำนวนมากกำลังทุ่มเทเสียสละมากเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย covid ซึ่งมันก็ล้นโรงพยาบาล โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลสนาม หลายคนทำงานหนัก อันนี้เรียกว่าประโยชน์ท่าน แต่ว่าถ้าไม่มีการรักษาใจให้สงบเย็น มันก็จะเกิดอาการที่เรียกว่าเสียศูนย์ได้ง่าย ถึงเวลาพัก ใจไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวาง หรือว่าเวลาพักก็ยังรู้สึกผิดว่า เราจะมาพักผ่อนได้อย่างไร ยังมีคนป่วยอีกตั้งเยอะแยะ

    หรือว่าบางทีปล่อยวางไม่ได้เพราะว่ายังมีคนไข้อีกหลายคนที่เสียชีวิต หรือบางทีก็เกิดความคับแค้น เพราะว่าอุปกรณ์ขาดแคลน เพราะเหตุต่างๆมากมาย จิตใจรุ่มร้อน จิตใจว้าวุ่น กายก็เหนื่อยแล้วใจยังเหนื่อยล้าตามไปด้วย มันก็ยิ่งซ้ำเติม ทำให้สุดท้ายหมดพลัง ทำต่อไม่ได้ เสียศูนย์ไปเลย ภาษาฝรั่งเรียกว่า burn Out บางคนแปลว่า จิตสลายไปเลย
     
    เพราะฉะนั้น จะบำเพ็ญประโยชน์ได้ ก็ต้องอาศัยการรักษาจิตให้มีความสงบ ซึ่งหมายถึงการมีสมาธิ การรู้จักปล่อยวางหรือว่า การที่สามารถเข้าถึงความเย็นในจิตใจ มีน้ำมาช่วยชโลมใจให้ต่อเนื่อง แต่ถ้าสงบเย็นแล้วไม่บำเพ็ญประโยชน์ อันนี้มันก็ไม่ถูกเหมือนกัน มันก็อาจจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัวแฝงเร้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้ จะสงบเย็นอย่างแท้จริงโดยปราศจากซึ่งความเห็นแก่ตัว หรือว่ามีความเห็นแก่ตัวเบาบาง หรือกิเลสเบาบาง ถึงจะเป็นความสงบเย็นที่แท้
     
    ซึ่งจะทำอย่างได้นั้น ต้องอาศัยการขัดเกลา วิธีขัดเกลาก็คือการทำประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น มันก็ช่วยขัดเกลาความเห็นแก่ตัว และมันก็ช่วยเพิ่มพูนกรุณา ช่วยขยายใจให้เปิดกว้าง พอมีกรุณามีเมตตา ก็เกิดความสงบเย็นได้ง่าย อันนี้เป็นเรื่องของความสมดุลที่เราต้องมี และประคองรักษาเอาไว้
     
    เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรักษาความสมดุลให้เกิดขึ้นได้ ไม่ว่ากับการปฏิบัติธรรม หรือว่าการทำงาน หรือว่าการดำเนินชีวิต การที่เราจะเกิดความสุขและสามารถจะตั้งมั่นบนทางสายกลาง มันก็จะเป็นไปได้ง่าย ถ้าชีวิตไม่มีความสมดุลแล้ว มันเป๋ไป มันขาดความพอดีไป การที่จะก้าวอย่างมั่นคงบนทางสายกลาง มันก็เป็นไปได้ยาก เรียกว่าสะดุด หรือว่าลุ่มๆดอนๆ หรือว่าเพี้ยนไปทางสุดโต่งไม่ขั้วใดก็ขั้วหนึ่ง เพราะฉะนั้น ทางสายกลางก็ดี ความพอดีก็ดี ความสมดุลก็ดี มันเป็นสิ่งที่เราต้องรู้จัก ทำความเข้าใจ และปฏิบัติให้เกิดผล มันถึงจะเกื้อกูลกัน
    26 min
  • 25640814am--รู้ทุกข์จนออกจากทุกข์

    14 ส.ค. 64 (เช้า) - รู้ทุกข์จนออกจากทุกข์ : การรู้ทุกข์จึงมีความสำคัญมากสำหรับการออกจากทุกข์ และด้วยเหตุนี้้พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องรู้ เพราะเมื่อรู้แล้วก็จะไม่ไปยึด ไม่ไปแบก ไม่ไปถือในขันธ์ 5 ในสิ่งทั้งปวงที่มันเป็นตัวทุกข์ มันทุกข์ก็ทุกข์ของมันไป แต่ว่าตอนนี้เราไม่ทุกข์แล้ว ไม่มีผู้ทุกข์แล้ว แม้จะยังครองรูปอยู่ มีรูปแต่ว่าก็ไม่ทุกข์เพราะรูปนั้น

    แต่การที่คนเราจะรู้ทุกข์ในความหมายที่ว่านี้ได้ มันก็ต้องเปิดรับความทุกข์ เมื่อทุกข์เกิดขึ้นแล้ว ใจต้องเปิดรับ ไม่ปฏิเสธ ไม่ผลักไสมัน เพราะว่าถ้าใจมันปิดกั้น ไม่เปิดรับความทุกข์ หรือไม่เปิดรับทุกข์ที่เกิดขึ้นมันก็จะเห็นทุกข์ได้อย่างชัดเจนได้อย่างไร มันจะเห็นทุกข์ตามความเป็นจริงได้อย่างไร
     
    เราจะเห็นอะไรชัด ก็ต่อเมื่อเปิดรับสิ่งนั้น อันนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือรูปธรรมก็ตาม อย่างเราจะรู้จักก้อนหินก้อนหนึ่ง มันก็ต้องมองมันอย่างรอบด้าน แล้วก็เปิดใจรับสภาวะทุกอย่างของมัน จึงจะเห็นตามความเป็นจริงได้
     
    ทุกข์ก็เหมือนกัน เราจะเห็นอย่างที่มันเป็นตามสภาวะที่เป็นจริงได้ ใจก็ต้องเปิด เมื่อเปิดจึงรู้ตามความเป็นจริงได้ แต่ถ้า ทุกข์ก็เหมือนกัน เราจะเห็นมันอย่างที่มันเป็น หรือเห็นสภาวะที่เป็นจริงได้ ใจก็ต้องเปิด เมื่อเปิดจึงจะรู้ จึงจะเข้าใจได้แจ่มแจ้งแจ่มชัด แต่ถ้าหากว่าปิดกั้น ปฏิเสธมัน อันนั้นมันก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจ
     
    อารมณ์ที่ทำให้เกิดเป็นทุกข์ก็เหมือนกัน ความโกรธ ความเกลียด ก็ต้องเปิดใจรับมัน เปิดใจรับได้อย่างไรก็คือมีสติ จะทำให้เห็นมันด้วยใจที่เป็นกลาง เห็นมันด้วยความรู้สึกที่ไม่ผลักไส ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง อันนี้ก็คือสิ่งที่ครูบาอาจารย์เรียกว่ารู้ซื่อๆ เพราะฉะนั้น มีอะไรเข้ามาสู่กายสู่ใจของเรา ก็ไม่ผลักไส เปิดใจรับ แล้วก็ดูมัน
     
    และเมื่อดูมัน ก็จะเกิดความรู้ความเข้าใจ เป็นลำดับ จนกระทั่งสามารถที่จะถอนจิตออกจากสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะว่ามันไม่มีความหลง ไม่มีความเข้าใจผิด ไม่ไปยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป มันจะรู้ทุกข์ได้อย่างแจ่มแจ้งก็ต้องมีสติ แล้วการรู้ด้วยสตินี้แหละที่จะทำให้เกิดการรู้ด้วยปัญญา จนสามารถที่วางความทุกข์หรือถอนจิตออกจากความทุกข์ได้
    27 min
  • 25640813pm--ทางสุดโต่งที่ควรเลี่ยง

    13 ส.ค. 64 - ทางสุดโต่งที่ควรเลี่ยง : การตามใจกิเลสไม่ว่ากิเลสจะเป็น ตัณหา ราคะ โทสะ ก็เป็นน้องๆ การปรนเปรอด้วยกาม มีกิเลสเกิดขึ้น ก็ตามใจตะพึดตะพือ แต่ว่าในทางตรงข้าม เก็บกดอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้หมายถึงเฉพาะว่า เก็บกด ตัณหา ราคะ หรือว่าความโกรธ หรือว่าพยายามหักห้ามใจไม่ให้อารมณ์หรือกิเลสเหล่านั้นมาครอบงำจิตใจ มันมากกว่านั้น

    มันรวมไปถึงว่า เวลามีความยินดีพอใจในเรื่องอะไร เช่นได้กินอาหารอร่อย เกิดความพอใจ ก็พยายามเก็บกด ปฏิเสธความพอใจนั้น เห็นว่าเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง อยู่ในที่ที่สบายแล้วเกิดความยินดีก็ไม่ได้ ต้องเก็บกด ปฏิเสธมัน เพราะเห็นว่ามันจะทำให้กิเลสงอกงาม อันนี้ก็เป็นสุดโต่งอีกทางหนึ่ง
     
    ไม่ตามใจกิเลสก็ดีแล้ว แต่ว่าการที่ไปเก็บกด ไม่ใช่เฉพาะกิเลสอย่างเดียว แต่รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่เกิดจากการได้สัมผัสกับอารมณ์ที่น่าพอใจ ไม่ว่าทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย สัมผัส ยินดีก็ไม่ได้ ก็ไปปฏิเสธมัน การทำอย่างนั้นก็ทำให้เกิดความรุ่มร้อน เกิดความเครียด ซึ่งบางทีก็ทำให้เกิดการเหวี่ยงกลับไปสู่ตามใจกิเลส
     
    อย่างคนบางคนตอนบวชพระ เข้มงวดกับตัวเองมาก เคร่งครัดจนกระทั่งเคร่งเครียดกับวินัย มีความยินดี มีความพอใจอะไรก็ไม่ได้ กดกิเลสไว้ แต่ตอนหลังทนไม่ไหว สึกหาลาเพศไป เพราะว่ามันรุ่มร้อนเหลือเกิน พอสึกไปกลายเป็นคนที่ติดเหล้าเมายา เหวี่ยงสวิงไปอีกทางหนึ่ง ห้ามใจไม่อยู่ สู้กิเลสไม่ไหว อันนี้เพราะความสุดโต่ง
     
    สุดโต่งประการต่อมาก็คือ อันนี้เห็นชัดแล้วว่าคือสิ่งที่ไม่ดีคือหลงชั่ว ก็คือตามใจกิเลสในระดับที่เรียกว่าหมดเนื้อหมดตัวตรงข้ามกับความหลงชั่ว แต่ว่าเป็นทางสุดโต่งก็คือการติดดี ติดดี ประเภทว่าคนอื่นหรือใครก็ตาม จะต้องดีแบบฉัน หรือว่า ดีในแบบของฉัน ดีทางความคิดของฉัน แม้ผิดเพี้ยนเล็กน้อยก็ไม่ได้ เรียกว่าหยุมหยิมไปหมดเลย แล้วใครที่ไม่ดีเหมือนตนหรือในแบบของตัว ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของศีล แต่รวมถึงการใช้ชีวิต การแต่งตัว เรื่องของมารยาท
     
    ถ้าใครไม่ดีแบบฉันก็จะมีความเกลียดชัง รู้สึกเป็นปฏิปักษ์ ติดดีแบบนี้ก็จะคอยเพ่งโทษคนรอบข้างคนรอบตัว ใครอยู่ใกล้ก็รุ่มร้อน เจ้าตัวก็รุ่มร้อน เพราะว่าพอติดดีมากๆ มันมีความคิดหรืออารมณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในใจ ก็พยายามปฏิเสธพยายามกำจัดมัน แต่ว่าปุถุชน ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นก็มีกิเลสประทุขึ้นมาเป็นระยะๆ คนที่ติดดีก็จะยอมรับไม่ได้ แล้วพอเกิดขึ้นบ่อยๆห้ามไม่ได้ กดข่มไม่ไหว ก็จะรู้สึกเกลียดชังตัวเองว่า ทำไมเราถึงเป็นคนไม่ดีอย่างนี้ ทำไมถึงมีความคิดชั่วร้ายแบบนี้
    26 min
  • 25640812pm--พาจิตกลับมารู้สึกตัว

    12 ส.ค. 64 - พาจิตกลับมารู้สึกตัว : คนเราถ้าไม่ส่งจิตออกนอกจนลืมตัว การที่จะทำผิดศีลหรือว่าทำชั่ว มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ามันจะไม่เปิดโอกาสให้โลภะ โทสะเข้ามาบงการจิตใจเราได้เลย การที่กิเลสทำอย่างนั้นได้ ก็เพราะว่าใจส่งออกนอกจนขาดสติ แล้วก็ไม่รู้สึกตัว ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ถ้ามีสติ ความรู้สึกตัวเมื่อไหร่ มันก็ทำชั่วผิดศีลไม่ได้

    เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า เรื่องการส่งจิตออกนอก เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ทำอย่างไร จึงจะไม่ส่งจิตออกนอก สำหรับปุถุชนนั้นยาก เพราะว่ามันก็เป็นธรรมดาที่เราจะเผลอ เราจะขาดสติ ปล่อยใจลอย ฝันกลางวัน หรือว่าไปจดจ่อจดจ้องอยู่กับสิ่งที่มันทำให้เกิดความไม่สบายกายไม่สบายใจ
     
    แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้คือว่า เมื่อมันเผลอส่งไปข้างนอกแล้ว ให้รีบกลับมาไวๆ ไม่ปล่อยให้ใจหลงลอยอยู่กับสิ่งนอกตัว หรือนอกปัจจุบัน
     
    อะไรที่จะทำให้จิตที่มันส่งออกนอกไปแล้ว กลับมา นั่นก็คือสติ เมื่อลืมกายลืมใจแล้ว หรือว่าลืมปัจจุบันแล้ว มันกลับมาระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ อันนี้คืองานของสติ สติทำให้ระลึกได้ในปัจจุบัน ใจมันเผลอไปแล้ว ลอยไปแล้ว ออกจากปัจจุบันไปแล้ว สติเท่านั้นที่จะช่วยกลับมาระลึกรู้ว่าทำอะไรอยู่ในปัจจุบัน มันก็ทำให้จิตกลับมาอยู่ับปัจจุบัน ในทำนองเดียวกัน พอจิตส่งออกนอกไปแล้วจนลืมกายลืมใจหรือลืมตัว เมื่อมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้น มันก็กลับมา
    27 min
  • 25640811pm--อย่าส่งจิตออกนอก

    11 ส.ค. 64 - อย่าส่งจิตออกนอก : รับรู้สิ่งภายนอก แต่ว่าไม่ใช่เป็นการรับรู้แบบส่งจิตออกนอก แต่ว่ามีสติ แล้วก็ใช้ปัญญาใคร่ครวญ ก็ทำให้เกิดความเห็นแจ้งขึ้นมา หรือว่าเกิดข้อคิด เกิดกุศลธรรมที่ทำให้เร่งทำความเพียร

    เราต้องเข้าใจว่าส่งจิตออกนอกไม่ใช่หมายความว่าไม่ไปรับรู้อะไรเลย รับรู้ได้ แต่ไม่ใช่ปล่อยให้ใจลอย หรือหลง แต่รับรู้อย่างมีสติ มีอารมณ์ใดเกิดขึ้นจากการรับรู้หรือสัมผัสนั้นก็รู้ จะเป็นความยินดียินร้ายก็รู้ จะเป็นความชอบความชังก็รู้ ไม่ปล่อยให้มันมาครอบงำบงการจิต หรือดียิ่งกว่านั้นรู้จักใคร่ครวญจนเกิดปัญญา จนเกิดกุศลธรรมที่ส่งเสริมความเพียร
    27 min
  • 25640810am--ให้โอกาสแก่สติ

    10 ส.ค. 64 - ให้โอกาสแก่สติ : ภาวนา ระหว่างที่เดินจงกรม ใจมันลอย โดยที่เราไม่ไปบังคับจิตไม่ให้คิดอะไร ให้อิสระกับจิตที่มันจะคิดหรือไม่คิดก็ได้ แต่ถ้ามันคิดเมื่อไหร่ สติออกมาทำงานทันที แน่นอนใหม่ๆก็ช้ากว่าจะรู้ทันความคิด แต่ว่าถ้าให้โอกาสเขาบ่อยๆ เขาก็จะทำงานได้ไวขึ้นๆ ก็เหมือนกับเราให้โอกาสนักกีฬาหน้าใหม่ลงสนามบ่อยๆ พอเขาลงสนามบ่อยๆ เขาก็จะมีทักษะมากขึ้น

    สติก็เหมือนกัน แม้กระทั่งหนูสามารถที่จะเรียนรู้ของมันเองได้ในการหาอาหารที่ถูกซ่อนไว้ ให้เวลามันให้มันได้ทำบ่อยๆทำบ่อยๆมันก็จะทำได้ไวได้เร็ว คือเราต้องไว้ใจสติ พอเราไว้ใจสติเราก็จะไม่ไปบังคับจิต ไม่ไปดักจ้อง ไม่ไปเพ่ง ไม่ไปห้ามคิด ให้อิสระกับจิตที่มันจะไหลลอยไปคิดนั่นคิดนี่ หรือไหลลอยไปตามความคิด และเมื่อมีความคิดเกิดขึ้น สติก็จะได้ทำงาน อย่าไปรู้สึกแย่ที่มีความคิดเยอะ
     
    บางคนภาวนาไปไม่นาน ประสบการณ์ก็ไม่มาก พอภาวนาไปมีความคิดเยอะก็บ่นว่า ทำไมฉันมีความคิดเยอะแบบนี้ทั้งๆที่ปฏิบัติไม่กี่วันไม่กี่อาทิตย์ อย่าไปคาดหวังว่าจิตต้องสงบ ลืมไปว่าจิตก็เป็นอนัตตา มันไม่ได้อยู่ในอำนาจการควบคุมของเรา มันจะมีความคิดเกิดขึ้นก็เป็นธรรมดา อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย มันก็เป็นของดีถ้าใช้มันให้เป็น หรือมีท่าทีที่ถูกต้องกับมัน อย่างที่หลวงปู่เสาร์ว่าถ้าจิตนิ่งสงบ มันก็ไม่ก้าวหน้า ลองพิจารณาดู
    28 min
  • 25640809pm--ความดีก็ไม่ทิ้ง ความจริงต้องใส่ใจ

    9 ส.ค. 64 - ความดีก็ไม่ทิ้ง ความจริงต้องใส่ใจ : การเห็นสิ่งต่างๆ ความคิดแบบนี้ ตามความเป็นจริง มันก็ทำให้เกิดความสงบเย็นในจิตใจได้ และยิ่งถ้าหากว่าทำด้วยความต่อเนื่อง และก็เห็นความจริง หรือเห็นมันตามที่เป็นจริงอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทะลุสิ่งที่เป็นสมมติ เข้าถึงความจริงขั้นปรมัตถ์ ความจริงนั้นแหละที่มันจะพาเราเข้าสู่อุดมคติสูงสุดของความเป็นชาวพุทธ

    เพราะฉะนั้นเรื่องการทำความดีเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ว่าทำแล้วอย่าไปติดดี ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะมาภาวนาเพื่อฝึกจิตให้เห็นความจริงด้วย อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ธรรมะนั้นมี 2 ระดับคือ จริยธรรมและสัจธรรม จริยธรรมคือการทำความดี ความดีเป็นสิ่งที่ควรทำ ส่วนสัจธรรมคือความจริง เป็นสิ่งที่ควรเห็น หรือควรเข้าถึง
     
    ปฏิบัติธรรมต้องทำให้ครบถ้วน คือทั้งทำดี แล้วก็เห็นความจริง ทำดีก็ไม่ทิ้ง ความดีก็ไม่ทิ้ง ส่วนความจริงก็ต้องใส่ใจ ถ้าทำแต่ความดี แต่ว่ามองข้ามการฝึกจิตที่ให้เห็นความจริง ก็ยังต้องเจอกับทุกข์เพราะว่าความยึดติดอยู่ สำหรับชาวพุทธเรา ความดีต้องไม่ทิ้ง แต่ความจริงก็ต้องใส่ใจด้วย
    27 min
  • 25640808pm--รู้ทันความอยาก

    8 ส.ค. 64 (เย็น) - รู้ทันความอยาก : คนสงสัย ถ้าไม่มีความอยาก แล้วมันจะทำได้หรือ คนเรามีเหตุผลทำอะไรต่ออะไรหรือมีเหตุปัจจัยทำอะไรต่ออะไรได้มากมายนอกจากความอยาก ความอยากในที่นี้หมายถึงอยากจะได้โน่นได้นี่

    มีความอยากชนิดหนึ่ง คือความอยากทำเรียกว่าฉันทะ อันนี้ดีมากเลย ถ้าเรามีความอยากทำเพราะว่าเราเห็นว่ามันมีคุณค่า เราก็ทำมันได้ต่อเนื่อง มันจะได้ผลอย่างไรก็ไม่เป็นไร อยากทำมันต่างจากอยากได้ อยากได้เป็นปัญหา แต่อยากทำเป็นฉันทะ และยิ่งถ้าเกิดเราได้รับความสุขจากการปฏิบัติ มันก็ช่วยหล่อเลี้ยงการปฏิบัติไปได้ต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ
     
    อย่างที่พูดเมื่อเช้า ความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยงความดี ความสุขก็เป็นตัวหล่อเลี้ยงการปฏิบัติ ทำให้เกิดความอยากทำ แล้วพอทำไปเรื่อยๆมันกลายเป็นความคุ้นเคย กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและกลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนกับที่ทุกวันเราต้องตื่นเช้ามาแปรงฟัน อาบน้ำ แต่ก่อนนั้นพ่อแม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้ทำ แต่ตอนหลังเรายินดีทำ เพราะเห็นคุณค่า มันเกิดฉันทะขึ้นมา และทำจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
     
    การภาวนาก็เป็นอย่างนั้น ไม่จำเป็นต้องทำด้วยความอยากได้ มันมีความอยากอย่างอื่นที่สามารถจะเกื้อหนุนการปฏิบัติ รวมทั้งเหตุปัจจัยอย่างอื่นด้วย เพราะฉะนั้นให้รู้เท่าทันเวลามีความอยากเกิดขึ้น โดยเฉพาะอยากได้ความสงบ อยากบรรลุมรรคผลนิพพาน ก็รู้ทันมัน แต่ว่าอย่าปล่อยให้มันเข้ามาครอบงำใจเพราะมันจะทำให้เคลื่อนออกจากการภวานาที่ถูกต้องได้
    26 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

60 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

8 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners