Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25640808am--หล่อเลี้ยงความดีด้วยความสุข

    8 ส.ค. 64 (เช้า) - หล่อเลี้ยงความดีด้วยความสุข : หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก อยุธยา ท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาก คราวหนึ่งมีชายหนุ่ม ๒ คน มากราบท่าน คนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ท่าน ชวนเพื่อนให้รักษาศีลและนั่งสมาธิต่อหน้าหลวงปู่ดู่ เพื่อนก็ปฏิเสธบอกว่า เขาถือศีล ๕ ไม่ได้เพราะยังกินเหล้าอยู่ หลวงปู่ก็เลยพูดกับเขาว่า แกจะกินเหล้าก็กินไป แต่ว่าทำสมาธิให้ได้ไหม แค่ ๕ นาทีก็พอ ชายคนนั้นเห็นว่า ๕ นาทีไม่ได้มากอะไร ก็เลยรับปากหลวงปู่ดู่ เนื่องจากเขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ดังนั้นเขาจึงนั่งสมาธิทุกวันวันละ ๕ นาทีตามที่รับปากไว้ นั่งเสร็จก็ไปกินเหล้า แต่บางวันเพื่อนชวนมากินเหล้าตอนที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็ปฏิเสธไป ปรากฏว่าทำไป ๆ เขาก็เลิกเหล้าได้เอง คงเพราะนั่งสมาธิทุกวัน ทำให้จิตใจมีกำลัง ไม่คล้อยตามกิเลสง่าย ๆ นอกจากหักห้ามใจได้แล้ว สมาธิยังช่วยให้เขามีความสุข เป็นความสุขที่ประเสริฐกว่าการกินเหล้าเยอะ

    ชายคนนี้นอกจากเลิกเหล้าไดแล้ว ตอนหลังก็เกิดศรัทธา ถึงกับบวชพระและอยู่ในสมณเพศต่อเนื่องหลายปี พูดได้ว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงเพราะว่าทำสมาธิแค่วันละ ๕ นาที
     
    สิ่งเล็กน้อย หากเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราทำบ่อย ๆ จะมีอานิสงส์มาก ทำให้จิตมีกำลัง เมื่อจิตมีกำลังก็สามารถขับเคลื่อนชีวิตของเราสู่ความเจริญงอกงามตามที่ตั้งใจไว้
    25 min
  • 25640807pm--ปล่อยวางอย่างรู้ทัน

    7 ส.ค. 64 (เย็น) - ปล่อยวางอย่างรู้ทัน : รู้แล้วก็ผ่าน ท่านเปรียบเหมือนกับนั่งรถทัวร์ มันผ่านตลอด ไม่ว่าสองข้างทางจะเป็นสถานที่อะไร เป็นตลาด หรือเป็นชายทะเล สถานที่จะสวยงามแค่ไหนก็ผ่านตลอด จนกว่าจะถึงสถานีข้างหน้า ไม่เหมือนขับรถส่วนตัว แวะตลอด

    ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่เจริญสติ มันก็จะแวะตลอด มันจะข้องแวะทุกความคิด ไม่ว่าจะผลักไสหรือไหลตาม แต่ถ้าหากว่าเจริญสติ มันผ่านตลอด เห็นแล้วก็ผ่าน ๆ เห็นแล้วก็วาง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เห็นรถที่มันแล่นผ่านบนถนนข้างหน้า คันแล้วคันเล่า โดยที่ไม่ได้ทำอะไรกับรถเหล่านั้น ไม่ไปห้ามมัน แล้วก็ไม่ไปโจนขึ้นรถคันไหนที่น่าสนใจ ไม่ทำทั้งสองอย่าง คือไม่ผลักไสและก็ไม่ใฝ่หา
     
    อันนี้ก็จะช่วยทำให้การปล่อยวางในใจหรือด้านในเกิดขึ้นได้ และมันก็ช่วยทำให้เมื่อเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆภายนอก จะเป็นทรัพย์ จะเป็นคน จะเป็นงานการ ก็ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น ยังทำงานอยู่ยังเกี่ยวข้องยังทำกิจอยู่ แต่ว่าข้างในใจนั้นโปร่งเบา มีทรัพย์แต่ว่าก็ใช้มันในฐานะที่เป็นนาย ไม่ใช่ปล่อยให้มันใช้เรา เพราะว่าไปยึดติดถือมั่นว่ามันเป็นเราหรือของเรา
     
    ต้องเข้าใจการปล่อยวางให้ดี เราก็จะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆได้ยังถูกต้อง อย่างรู้เท่าทันธรรมดา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ภายนอกหรือว่าเกิดขึ้นในใจของเราก็ตาม
    23 min
  • 25640807am--ภาวนาคือการปล่อยวาง

    7 ส.ค. 64 (เช้า) - ภาวนาคือการปล่อยวาง : เวลาเราลงมือภาวนา ลองสังเกตดูว่าเรามีความอยากจะให้จิตสงบไหม หรือขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่มันมีความอยาก ตอนเริ่มไม่มีความอยาก แต่พอปฏิบัติไป มันมีความอยาก พออยากให้จิตสงบ มันก็เริ่มเข้าไปควบคุมจิตแล้ว มันก็เริ่มเข้าไปควบคุมความคิดแล้ว ถึงตอนนี้ก็จะไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวางแล้ว จะไล่บี้ความคิดให้ได้ จัดการกับอารมณ์ แทนที่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้น

    หน้าที่ของเราคือ ดูมัน แล้วก็เห็นมันอย่างที่มันเป็น เห็นอาการของมันว่า เป็นเช่นนั้นเอง ยอมรับความเป็นจริงของมัน ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นที่ใจ ไม่ใช่แค่ยอมรับอย่างเดียว เห็นมันด้วย เห็นมันอย่างที่มันเป็น เห็นมันตามความเป็นจริง ตรงนี้แหละที่จะทำให้ได้เห็นถึงธรรมชาติหรือว่าสัจธรรมที่มันแสดงออก คือ ไม่เที่ยง แล้วก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เสื่อมดับไป แล้วก็ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา ความคิดก็ไม่ใช่เรา
     
    ถ้ามีสติเห็น ความโกรธก็ไม่ใช่เรา แต่ถ้าไม่มีสติคิดว่าเป็นเรา ความโกรธเป็นของเรา ก็หลงเชื่อมัน หลงประคบประหงมมัน หลงหวงแหนมัน ไม่ปล่อยไม่ว่างสักที แต่ถ้าเห็น เห็นแบบด้วยใจที่เป็นกลาง มันก็จะเห็นอย่างที่มันเป็น การเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงนี่แหละ มันจะนำไปสู่การปล่อยวางในที่สุด ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของการภาวนา
    เพราะฉะนั้นเตือนตนอยู่เสมอว่า ภาวนานั้นเพื่อปล่อยเพื่อวาง ไม่ใช่เพื่อเอา ไม่ใช่เพื่อได้ ถ้าไม่เข้าใจ มันก็จะผิดทิศผิดทาง แล้วก็เกิดความเครียดด้วยเกิดความทุกข์ด้วย
    25 min
  • 25640806pm--สร้างพลังใจให้ทำดี

    6 ส.ค. 64 - สร้างพลังใจให้ทำดี : คุมอารมณ์ไม่ได้ อย่างน้อยก็คุมกายวาจาไว้ การที่จะคุมอารมณ์ก็ดี คุมวาจาก็ดี ก็ต้องอาศัยความอดทนเป็นเบื้องต้น นั่นคือขันติ รวมทั้งไม่ใช่อดทนเฉพาะต่อสิ่งที่ยั่วยุอย่างเดียว สิ่งที่เย้ายวนมันก็ต้องใช้ขันติหรือความอดทน ซึ่งถ้าพูดแบบสมัยนี้มันก็รวมไปถึงการมีพลังใจที่เข้มแข็งด้วย

    พลังใจเกิดจากอะไร เกิดจากการที่เราพยายามเคี่ยวเข็ญตนเอง หรือฝืนให้ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าดี แต่ว่ามันทำไม่ค่อยได้ เราก็พยายามเคี่ยวเข็ญ พยายามฝืนทำ การฝืนทำหรือการเคี่ยวเข็ญตนเอง มันทำให้ใจมีพลัง มีความอดทนที่จะต้านทานกิเลส ไม่ว่าจะเคี่ยวเข็ญเรื่องอะไรก็ตาม มันก็สามารถที่จะส่งผลไปเรื่องอื่นได้ ถ้าหากว่ามันทำให้จิตใจมีความอดทน
    27 min
  • 25640805pm--สติส่องใจ

    5 ส.ค. 64 - สติส่องใจ : ถ้าเราใช้สติ ดูกายดูใจ ไม่ใช่แค่ไตรลักษณ์จะแสดงให้เราเห็น เราได้เรียนรู้การปล่อยการวาง เรื่องสุขเรื่องทุกข์ก็เห็น จากการที่มีสติเข้าไปดูใจ เพราะฉะนั้น สติจะว่าไปก็เป็นเหมือนเครื่องส่องใจ ให้เห็นธรรมะ ซึ่งมันไม่มีผิดไม่มีถูก แต่มันเป็นสัจธรรมความจริง ก็เห็นไม่เป็นดูไม่เป็น เราก็จะเกิดความรู้สึกแย่ว่าทำไมเราคิดแบบนี้ ทำไมเรามีความรู้สึกแบบนี้

    อันนี้เป็นเพราะว่าเรายังวางใจไม่ถูก ไม่มีสติที่เรียกว่าเป็นสัมมาสติ ถ้าเป็นสัมมาสติ เราก็จะเห็นด้วยใจที่เป็นกลางรู้ซื่อๆไม่เลือกที่รักมักที่ชัง สิ่งที่ปรากฏไม่มีผิดไม่มีถูก และที่จริงก็เป็นธรรมะที่แสดงให้เราเห็นและถ้าวางใจแบบนี้ได้ มันก็จะเห็นธรรมะทั้งที่เป็นเบื้องต้น จนเป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง
    30 min
  • 25640804pm--ใช้ความคิด อย่าให้ความคิดใช้เรา

    4 ส.ค. 64 - ใช้ความคิด อย่าให้ความคิดใช้เรา : เมื่อเรามีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์บ่อย ๆ ต่อไปก็จะรู้ทางว่าความคิดจะมาแบบไหน อารมณ์จะมาไม้ไหน คนเราเวลาจมอยู่ในอารมณ์ อารมณ์เหล่านี้จะพยายามครองจิตครองใจให้นานที่สุด มันมีลูกไม้หลายอย่าง เช่นเวลาเราโกรธ ความโกรธจะสั่งให้จิตส่งออกนอก ไปจดจ่ออยู่กับคนที่พูดไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเรา เราก็จะโกรธแล้วก็ด่าเขากลับ หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลย อันนี้เป็นอุบายอย่างหนึ่งของความโกรธ มันต้องการให้จิตเราส่งออกนอก จะได้ไม่หันกลับมาดูใจจนรู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น

    ทันทีที่รู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น มันจะฝ่อหรือสลายตัวไป เพราะจุดอ่อนของมันก็คือการถูกรู้ถูกเห็น ยิ่งมีสติรู้ทันมันเร็วเท่าไร มันก็ครอบงำจิตใจเราได้น้อยเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตความคิด หมั่นดูจิตใจ หมั่นมองตนบ่อย ๆ หากไม่อยากพลาดท่าเสียทีเพราะอารมณ์อกุศลเหล่านั้น
    24 min
  • 25640803pm--ฝึกใจให้รู้ทันความคิด

    3 ส.ค. 64 - ฝึกใจให้รู้ทันความคิด : ความรู้สึกของกายนี้มีส่วนช่วยสะกิดใจให้กลับมามีสติไวๆ แทนที่จะเผลอ ใจลอยไปตามความคิด ความรู้สึกตัว หรือความรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหว มันก็จะช่วยสะกิดให้ใจกลับมามีสติ แล้วก็เห็นความคิด หรือไม่ไหลไปตามความคิด ก็เหมือนกับว่าเวลาเราใจลอยฝันกลางวัน แล้วมีคนมาแตะมือเราแตะไหล่เรา ทันทีที่เรารู้สึกว่ามีอะไรมีใครมาแตะตัวเรา เราจะได้สติเลย ความคิดที่ไหลไปในอดีต ลอยไปในอนาคตก็จะกลับมาอยู่ปัจจุบัน

    แต่ว่าการเจริญสติ เราไม่ได้รอให้ใครมาสะกิด แต่ใช้ความรู้สึกทางกายจากการเดินจากการสร้างจังหวะนี้แหล่ะ เหมือนกับมีสิ่งที่มาสะกิดใจให้กลับมามีสติ ที่หลงคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ ก็กลับมารู้เนื้อรู้ตัว หรือกลับมาเห็นความคิดหรือรู้ทันความคิด อันนี้เราต้องอาศัยตัวช่วยแบบนี้ สติจึงจะพัฒนาได้ไว
     
    ถ้าไม่มีตัวช่วย มันก็เติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ถ้ามีความเพียร ทำอยู่เรื่อยๆ มันก็จะไวได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้ มีวิชารู้ทันความคิด แล้วก็สามารถที่จะเป็นนายความคิด หรือกำกับความคิดให้มันอยู่ในรูปในรอย ไม่ไปสร้างความทุกข์หรือเอาความทุกข์มาเติมใส่ใจเราจนกระทั่งกินไม่ได้นอนไม่หลับจนกระทั่งเครียด
    30 min
  • 25640802pm--รักษาใจให้รู้สึกตัวอยู่เสมอ

    2 ส.ค. 64 - รักษาใจให้รู้สึกตัวอยู่เสมอ : เพราะว่ารู้สึกตัวก็คือภาวะที่โปร่ง โล่ง อิสระ หรือปลอดจากความอยาก หรืออารมณ์ใดใดทั้งปวง มันแค่รู้เฉยๆ พอรู้สึกตัวแล้ว มันก็จะเห็น การเห็นไม่เข้าไปเป็น ก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะความรู้ตัว มันไม่มีการแบ่งแยกตัดสิน มันเป็นภาวะที่เปิดรับ รับรู้สิ่งต่างๆอย่างที่มันเป็น ไม่ว่าอารมณ์ภายใน หรือว่าวัตถุภายนอก แล้วพอเรารู้สึกตัว มันไม่ใช่แค่รู้ทัน หรือเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ไปข้องแวะกับมันเท่านั้น

    คือ สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น แต่ว่ายังทำให้รับรู้โลกภายนอกได้อย่างแจ่มชัดด้วย เวลาใจไม่ลอย ไม่ฟุ้ง มีสติ มีความรู้สึกตัว จะรู้สึกเลยว่ามันรับรู้อะไรชัด แต่ถ้าใจลอยเมื่อไหร่ มันจะเหมือนกับว่าสิ่งรอบตัวมันเบลอๆ การรับรู้มันไม่ชัด มันเบลอ ๆ คนเราไม่ค่อยสังเกตหรอก คนที่ไม่เคยอยู่กับความรู้สึกตัวนานๆ จะไม่รู้สึกว่า มันเกิดความรู้สึกที่แจ่มชัด เพราะอยู่กับความเบลอมาตลอด เหมือนกับละเมอ
     
    แต่พอได้สัมผัสกับความรู้สึกตัว และอยู่กับความรู้สึกตัวต่อเนื่อง ก็จะพบว่าการรับรู้โลกภายนอกมันชัด เหมือนกับตื่น ไม่ใช่หลับ บางทีเขาก็เรียกว่าตื่นรู้ ตื่นรู้คือภาวะที่เกิดจากความรู้สึกตัว ทีแรกตื่นรู้หรือรับรู้โลกภายนอกอย่างแจ่มชัด ต่อไปโลกภายในก็จะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วการที่จะเห็นสัจธรรมความจริงก็เพราะความรู้สึกตัวซึ่งมาควบคู่กับสติ
     
    เพราะฉะนั้น ทำความเข้าใจและสัมผัสความรู้สึกตัวให้เรื่อยๆ ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร ทำอะไรก็ทำด้วยความรู้ตัว ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ใช่แค่เดินจงกรม สร้างจังหวะ อย่างที่เราสวดเมื่อวันก่อนเรื่องสติปัฏฐาน
     
    พระพุทธเจ้าสอนให้ทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เวลาเดินไปข้างหน้า ถอยไปข้างหลัง เวลามองไปข้างหน้า เหลียวซ้ายแลขวา เวลาคู้เหยียดอวัยวะ ทำความรู้สึกตัว เวลาทรงบาตร จีวร สังฆาฏิ ทำความรู้สึกตัว เวลากิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม อุจจาระ ปัสสาวะ แม้กระทั่งอุจจาระ ปัสสาวะ ทำความรู้สึกตัว เวลายืน เดิน นั่ง หลับ ลืมตา นิ่ง พูดคุย ก็เป็นอิริยาบถธรรมดา แท้ๆ ถ้าหากว่าเราทำอย่างถูกต้อง มันก็จะเกิดความรู้ตัวขึ้นมา
     
    มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่ดูไม่ได้หวือหวาอะไร ไม่เหมือนกับการนั่งหลับตา ดูมีภาพที่ดี แต่ว่าการกินดื่มเคี้ยว ลิ้ม ทำด้วยความรู้สึกตัว มันก็เป็นการภาวนาที่มีค่าได้ สิ่งที่เป็นพื้นๆ ถ้าเราทำด้วยความรู้สึก จะทำให้เป็นสิ่งที่มีค่ามากทีเดียว เพราะฉะนั้น อย่าลืม ความรู้สึกตัวพยายามรู้จัก สัมผัส และรักษาให้อยู่กับเนื้อกับตัวไปเรื่อยๆนานๆบ่อยๆ
    28 min
  • 25640801pm--ทำกิจและทำจิต เพื่อชีวิตที่ผาสุก

    1 ส.ค. 64 (เย็น) - ทำกิจและทำจิต เพื่อชีวิตที่ผาสุก : บางครั้ง การทำจิตกับการทำกิจ มันทำควบคู่กันไปเลย ไม่ใช่ว่าทำทีละตอน อย่างเช่น เราทำงาน มันก็เป็นการทำกิจอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็ทำจิตไปด้วย ก็คือทำงานอย่างมีสติ จิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ไปพะวงถึงอนาคต เช่น เป้าหมายหรือว่ายอดที่จะไปให้ถึง มันมีอุปสรรคก็ไม่เอามารบกวนจิตใจ รู้จักวาง คนจะวิจารณ์งานของเรา เราก็ไม่เอามาเป็นอารมณ์ รู้จักปล่อยรู้จักวาง หรือเอามาพิจารณาใคร่ครวญ อันนี้เรียกว่า ทำจิตคู่กับทำกิจ

    ที่จริงอย่าว่าแต่ทำงานเลย แม้กระทั่งการทำกิจวัตรประจำวัน เราก็ทำจิตควบคู่กันไปด้วย เช่น อาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว อันนี้้เรียกว่าทำกิจ เราก็ทำจิตไปด้วยคือ มีสติ มีความรู้สึกตัว ไม่ใช่ว่าอาบน้ำไปแต่ใจลอยไม่รู้ไปอยู่ไหน หรือไปหมกมุ่นครุ่นคิดกับอะไรต่ออะไรให้กังวล
     
    เพราะฉะนั้น เวลาพูดถึงเรื่องการทำจิต ก็ให้เราตระหนักว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร มีขอบเขตแค่ไหน เพื่อที่เราจะไม่ละทิ้งไม่ทำกิจ หรือว่าทำกิจ เราทำก็จริง ทำด้วยความขยันหมั่นเพียรก็จริง ก็ไม่ลืมการทำจิต ให้มันคู่กันไป อันนี้แหล่ะคือการปฏิบัติธรรม มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการภาวนาด้วย
    23 min
  • 25640801am--เจออะไรใจไม่ทุกข์

    1 ส.ค. 64 (เช้า) - เจออะไรใจไม่ทุกข์ : เมื่อเจอทุกข์ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ การยอมรับ กล่าวคือ ไม่ผลักไส ปฏิเสธ หรือตีโพยตีพาย โวยวายคร่ำครวญ เพราะการทำเช่นนั้นมีแต่จะเพิ่มทุกข์ให้แก่เรา นั่นคือทุกข์ใจ แต่ทันทีที่เรายอมรับได้ หยุดบ่น หยุดโวยวาย ใจก็จะกลับมาเป็นปกติ ทำให้สมองโล่ง สามารถนำปัญญามาใช้แก้ทุกข์ให้ลุล่วง หรือแก้ปัญหาให้เบาบางลงได้

    จะว่าไปแล้ว อะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้สึกหรือมีท่าทีกับมันอย่างไร เจอเหตุร้าย แต่ใจยอมรับได้ หรือรู้จักมองบวก คือ หาประโยชน์จากมัน รวมทั้งมองว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตและโลก รู้จักปล่อยวางได้ ใจก็ไม่เป็นทุกข์
    27 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

60 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

8 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners