
Sign up to save your podcasts
Or


19 ก.ค. 64 - เพียงแค่รู้ : เพียงแค่กลับมารู้สึกตัว หรือรู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เผลอพลัดเข้าไปเท่านั้น จิตก็จะกลับมาเป็นปกติสุข หลุดพ้นจากอารมณ์เหล่านั้นได้ ทุกวันสามารถเป็นวันแห่งความสดชื่นเบิกบานได้ หากเรามีความรู้สึกตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีสติช่วยเตือนใจให้รู้ทัน ไม่หลงเข้าไปในความคิดและอารมณ์เหล่านั้นจนหมดเนื้อหมดตัว
18 ก.ค. 64 (เย็น) - เรียนจากทุกข์ : ความทุกข์ไม่ใช่แค่ทำให้เราเห็นเข้าใจอนิจจัง แต่ยังทำให้เราตระหนักถึงความจริงที่ลึกไปกว่านั้น เรียกว่าอนัตตา เรียกว่าเราสามารถที่จะได้ประโยชน์จากความทุกข์ เริ่มต้นจากการที่เรามองความทุกข์ของผู้คน ด้วยสายตาที่ถูกต้อง และต่อไป ก็ไม่ใช่แค่รับรู้ความทุกข์ของผู้คนแต่ลงมือ เข้าไปช่วยเหลือพวกเขามันจะฝึกฝน จิตใจของเราจนกระทั่งเกิดปัญญาและเมื่อความทุกข์เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าในรูปใดเราก็สามารถหาประโยชน์จากมันได้เราก็สามารถที่จะเรียนรู้จากมัน แล้วก็จะก้าวข้ามมันได้
18 ก.ค. 64 (เช้า) - รักษากายและใจให้ปลอดภัยจากโควิด : ตอนนี้ความทุกข์กายก็มาก แล้วก็มีอยู่รอบตัว แต่ความทุกข์ใจก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย เพราะว่าเราไม่ได้เห็นความสำคัญของการดูแลใจให้มันอยู่กับเนื้อกับตัว แต่มันก็ยังไม่สาย ที่เราจะพยายามพาใจกลับบ้าน กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ใช้เวลาที่มีอยู่ในการฝึกสติ ทำความรู้สึกตัวให้เกิดขึ้น ไม่ว่าอยู่ที่ไหน จะสบาย จะปลอดภัยเพียงใด แต่มันก็หนีทุกข์ไม่พ้นถ้าหากว่าปล่อยให้ใจไหลไปกับความหลง ไหลไปกับสิ่งเร้าภายนอกต่างๆ โดยที่ไม่มีสติที่จะรู้ทัน หรือระลึกรู้ในความเป็นไปของใจ หรือแม้กระทั่งความเป็นไปของกายในยามที่เกิดทุกข์เวทนาขึ้น ในยามที่มีความเจ็บมีความป่วยขึ้นมา
17 ก.ค. 64 - วิถีชีวิตของผู้สงบ : เราใช้ชีวิตที่นี่อย่างมีประโยชน์ ดำรงความเป็นพระของเราอย่างถูกต้องทั้ง 4 ประการ มีความเพียรพยายามอดทนแม้ว่า ชีวิตที่ดูจะไม่หวือหวา เร้าใจสนุกสนานเหมือนตอนเป็นคฤหัสถ์ แถมยังต้องมาสู้กับกิเลสเพื่อฝึกตน บริหารพัฒนาจิต ก็ถือว่าเราใช้ชีวิตอย่างมีคุ้มค่าอย่างมีประโยชน์ มันก็ถือว่าเราได้ช่วยสังคมเหมือนกัน แม้ว่าเราอาจไม่ได้ช่วยคนที่ทุกข์ยากให้ปลอดภัย หรือว่าพ้นจากความทุกข์ยากได้ แต่การที่เราใช้ชีวิตที่นี่อย่างมีประโยชน์ ทำตนให้มีคุณค่า ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยโดยเปล่าประโยชน์ ฝึกฝนพัฒนาตน มันก็เป็นการช่วยเหลือสังคมได้เหมือนกัน อาจจะไม่ได้ช่วยในวันนี้แต่จะช่วยในวันหน้าได้
2 ก.ค. 64 - อยู่อย่างไรในยุคโควิด : ตอนนี้คำถามที่อยู่ในใจของคนทั้งประเทศหรือคนทั้งโลกเลยก็คือ” เมื่อใดมันจะสิ้นสุดเสียที” มันในที่นี้ก็คือ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด รวมทั้งมาตการที่สืบเนื่องตามมาเช่น การล็อกดาวน์หรือว่าการปิดกิจการต่างๆ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม คำถามนี้เมื่อไรมันจะสิ้นสุดเสียทีนี่ จริงๆแล้วมันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา ที่จะควบคุมสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ และยิ่งคิดไปมันก็จะทำให้จิตใจห่อเหี่ยวหดหู่หรือเครียด เพราะว่าแนวโน้มมันก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไร และยิ่งนึกถึงคำตอบ นอกจากที่จะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว กลับจะทำให้เรารู้สึกแย่ลง เกิดความเครียดมากขึ้น หรือเกิดความท้อแท้หนักหนักกว่าเดิม อาตมาคิดว่าคำถามที่สำคัญกว่าก็คือ “เราจะอยู่กับมันให้ดีที่สุดได้อย่างไร”
26 มิ.ย. 64 - ไม่ลืมกายไม่ลืมใจ : ที่ใคร ๆ คิดว่าใจลอยเป็นเรื่องดี ไม่มีพิษสง นั่นเป็นเพราะเขาไม่ตระหนักว่า ใจลอยนี่แหละที่สุดท้ายจะทำให้ใจจมอยู่กับอารมณ์ที่เป็นอกุศล ยังไม่พูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดเพราะใจลอย ไม่รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมา เช่น ลื่นหกล้มขณะเข้าห้องน้ำ หรือตกบันได ถ้าใจลอยขณะขับรถ ก็อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ลองนึกดูว่า หากข้ามถนนแล้วใจลอย จะเกิดอะไรขึ้น ใจยังไม่ทันจมเลย ก็เรียบร้อยไปแล้ว แข้งขาหัก หรือว่าถึงกับตายเลย เพราะฉะนั้นเราจึงควรพาใจให้มาอยู่กับการรู้เนื้อรู้ตัวบ่อย ๆ หมั่นรู้สึกตัวเป็นนิจ ด้วยการเจริญสติ
25 มิ.ย. 64 (เย็น) - เห็นจนเข้าถึงธรรม : วิปัสสนาคือการเห็นอย่างแจ่มแจ้ง จนกระทั่งเห็นสัจธรรมความจริง เห็นสังขารว่าเป็นทุกข์ว่าไม่เที่ยง เห็นกระทั่งว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา แต่แน่นอน ก่อนที่จะเห็นธรรม หรือเห็นอารมณ์ความคิดเหล่านั้นได้ มันต้องฝึกให้มารู้กายก่อน เพราะว่ากายเป็นเรื่องหยาบๆ เห็นกายในที่นี้หมายถึงรู้สึก รู้สึกว่ากายเคลื่อนไหว เท้าขยับ หรือว่ามือกำลังเขยื้อน ไม่ว่าจะอาบน้ำ ถูฟัน เดินจงกรม สร้างจังหวะ ถ้าเราทำอย่างมีสติ มันจะรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหว ถ้าเกิดว่ามันเผลอคิดนึกไป ก็มีสติเห็นใจคิดนึก ถ้าไม่มีความคิดนึกเกิดขึ้นก็มารู้กาย หรือรู้สึกกับกายไป อันนี้เรียกว่า รู้กายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก ต้องหมั่นฝึก
25 มิ.ย. 64 (เช้า) - จุดหมายอยู่ไกล ใจอยู่กับปัจจุบัน : มีนักไต่เขาคนหนึ่ง เป็นคนที่ชอบไต่ภูเขาสูง เขาสูงทั้งหลายเขาผ่านมาหมดแล้ว รวมทั้งยอดเขาเอเวอร์เรสต์ด้วย เขาพูดถึงประสบการณ์ของการไต่เขาว่า เวลามองภูเขาจากที่ไกล จะรู้สึกน่ากลัว จนรู้สึกท้อ อยากหันกลังกลับ แต่เขาพบว่าเคล็ดลับการไต่เขาก็คือ แทนที่จะมองไปที่ยอดเขา เขาจะจับจ้องอยู่ที่พื้นใต้ฝ่าเท้า แล้วก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ทีละก้าว ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง อันนี้ก็เป็นวิธีการเดียวกับนายฟิลลิปนักไต่ลวดคนที่ว่า คนที่ทำสิ่งยากจนประสบความสำเร็จนั้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ฝีมือหรือความเชี่ยวชาญ แต่อยู่ที่การวางใจให้เป็น คืออยู่กับปัจจุบัน อยู่กับแต่ละก้าวให้ดี อยู่กับแต่ละนาทีนี้ให้ดี ชั่วโมงนี้ให้ดี แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่ท้อถอย ในที่สุดก็จะถึงจุดหมายปลายทางเอง
24 มิ.ย. 64 - สุขเพราะชอบในสิ่งที่ทำ : เวลาเราปฏิบัติธรรม พยายามสร้างฉันทะให้เกิดขึ้น ถ้าเรามีฉันทะในการปฏิบัติ ในการเดินจงกรม ในการเจริญสติ ในการมาทำวัตร ในการทำความเพียร แม้เราจะทำกี่ครั้ง ๆ มันก็ไม่รู้สึกเบื่อ แต่ถ้าไม่มีฉันทะ ทำบ่อยๆทำซ้ำๆมันก็กลายเป็นความเบื่อขึ้นมา ถ้าไม่มีฉันทะในการบวช ไม่มีฉันทะในการปฏิบัติ กิจวัตรในแต่ละวันๆ ทำซ้ำไปซ้ำมา วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ไม่ทันถึงปีก็เบื่อแล้ว เพราะว่าเป็นการทำโดยที่ไม่มีเป้าหมาย ไม่เห็นคุณค่า และเป็นการทำที่ไม่มีฉันทะ มันก็กลายเป็นการทำโดยไร้ชีวิตชีวา
18 มิ.ย. 64 - ใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกสดใหม่ : ผู้คนทุกวันนี้มีความเบื่อกับหลายสิ่งหลายอย่างโดยเฉพาะเบื่อชีวิตที่ต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้านหลายคนบอกว่าต้องทำอะไรซ้ำๆอยู่นั่นแหละ มาหลายเดือนแล้ว ก็เพราะว่า covid มาบังคับ ทำไปๆ รู้สึกเบื่อหน่าย ที่เบื่อหน่ายเพราะว่าเขาไม่ได้ทำด้วยความใส่ใจ ไม่ได้ทำด้วยความรู้สึกตัว ถ้าทำด้วยความรู้สึกตัว มันจะมีความรู้สึกสดใหม่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำ มันก็จะไม่ใช่สิ่งที่ซ้ำซากจำเจ จนกระทั่งทำให้เกิดความเบื่อ มันจะเป็นสิ่งใหม่เพราะความรู้สึกที่สด ความรู้สึกที่ใหม่ ซึ่งเกิดจากความรู้สึกตัว เกิดจากการที่เอาใจใส่ลงไป
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners