Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25640321am--รู้ทันกับดักความคิด

    21 มี.ค. 64 - รู้ทันกับดักความคิด : อันที่จริงอารมณ์ฝ่ายลบหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ น่าจะช่วยให้เรารู้จักมันดีขึ้น รู้ทันมันฉับไวขึ้น ธรรมชาติได้ให้สติแก่เราซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นได้ เป็นแต่เราไม่ค่อยได้ใช้มัน ผลก็คือ แทนที่เราจะรู้เล่ห์กลของอารมณ์เหล่านี้และพาจิตห่างไกลจากมัน มันกลับรู้วิธีควบคุมและบงการจิตของเราให้เป็นไปตามอำนาจของมัน กลายเป็นว่ายิ่งนานวันมันก็ยิ่งฉลาดกว่าเรา ลองหมั่นสังเกตอารมณ์ของเราบ่อย ๆ อย่าเพิ่งเชื่อหรือทำตามมันอยู่ร่ำไป 

    29 min
  • 25640320pm--รับมือกับตัวป่วนในใจ

    20 มี.ค. 64 - รับมือกับตัวป่วนในใจ : เมื่อเรามีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์บ่อย ๆ ต่อไปก็จะรู้ทางว่าความคิดจะมาแบบไหน อารมณ์จะมาไม้ไหน คนเราเวลาจมอยู่ในอารมณ์ อารมณ์เหล่านี้จะพยายามครองจิตครองใจให้นานที่สุด มันมีลูกไม้หลายอย่าง เช่นเวลาเราโกรธ ความโกรธจะสั่งให้จิตส่งออกนอก ไปจดจ่ออยู่กับคนที่พูดไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเรา เราก็จะโกรธแล้วก็ด่าเขากลับ หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลย อันนี้เป็นอุบายอย่างหนึ่งของความโกรธ มันต้องการให้จิตเราส่งออกนอก จะได้ไม่หันกลับมาดูใจจนรู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น

    ทันทีที่รู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น มันจะฝ่อหรือสลายตัวไป เพราะจุดอ่อนของมันก็คือการถูกรู้ถูกเห็น ยิ่งมีสติรู้ทันมันเร็วเท่าไร มันก็ครอบงำจิตใจเราได้น้อยเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตความคิด หมั่นดูจิตใจ หมั่นมองตนบ่อย ๆ หากไม่อยากพลาดท่าเสียทีเพราะอารมณ์อกุศลเหล่านั้น
    28 min
  • 25640315am--มองไกล และดูใจในปัจจุบัน

    15 มี.ค. 64 - มองไกล และดูใจในปัจจุบัน : นอกจากมองชีวิตในมุมกว้างที่ยาวไกลแล้ว การมองเห็นตนในแต่ละขณะๆก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เราลองสังเกตไหมเวลาเราสวดมนต์โดยเฉพาะคนที่สวดได้คล่องแล้ว บ่อยครั้งว่าแต่ปาก แต่ใจลอยใจไหลไปไหนไม่รู้ หรือแม้แต่คนที่กำลังสวดมนต์ด้วยการอ่านหนังสือ บางทีตาก็มองไปที่หนังสือแต่ว่าใจไหลไปที่อื่น เราต้องหมั่นมามองตน ดูใจของเราอยู่เสมอ ไม่ว่าทำอะไรก็ตาม ไม่ใช่แค่สวดมนต์รวมถึงการทำกิจวัตรอย่างอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นกิจเล็กกิจใหญ่ เป็นงานการหรือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาสามัญเช่น อาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว

    การหันมามองความเป็นไปของใจในแต่ขณะ มันสำคัญมากทีเดียว เพราะนอกจากมันช่วยทำให้ใจไม่ลอย และก็ไม่จมอยู่ในอารมณ์ หรือไม่หาความทุกข์มาใส่ตัวแล้ว ยังช่วยทำให้เราเห็นความจริงของใจและกายที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นว่ามันไม่เที่ยงเลย มันแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา แล้วมันก็ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเราด้วย พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ภาษาพระเรียกว่าอนัตตา ความคิดที่ยืดยาวเป็นสาย แล้วก็พาเราหลงเพลินเป็นชั่วโมง หรือพาเราเป็นทุกข์ เจ่าจุกอยู่เป็นวัน ที่จริงมันแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา มันไม่ได้ยืดยาวเป็นสาย เป็นดุ้นเป็นก้อน แต่เป็นขณะๆ ที่ต่อเนื่องกันไป ตอนที่เราไม่สังเกต เราก็เห็นว่าเป็นสาย
     
    แต่เมื่อเราพิจารณามันดูมัน ก็เห็นเป็นขณะ เกิดขึ้นทีละขณะ ที่ลักษณะต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้นตรงที่เกิดจากแต่ละจุดๆที่มาต่อกันเป็นเส้น อย่างที่เราเคยเรียน เส้นตรงคือจุดเล็กๆที่มาต่อกัน ความคิดที่ยาวเป็นสายก็เหมือนกัน ที่มันมีกำลัง พาเราจมอยู่ในความทุกข์ กลัดกลุ้ม จนนอนไม่หลับ ที่จริงมันเป็นแต่ละขณะๆ ถ้าเรารู้ทันแต่ละขณะๆ มันก็จะขาด มันก็จะหยุด มันก็จะสะบั้น ที่เคยยืดยาวเป็นสายแล้วก็มีพลังอำนาจในการชักนำจิตใจเราจมกลุ้ม สับสน ว้าวุ่น เดือดเนื้อร้อนใจ มันก็ค่อยๆสร่างซาลง มันจะมีอำนาจเหนือใจเราน้อยลง
     
    ในขณะเดียวกัน เราก็จะเห็นว่า มันไม่ใช่เรา มันไม่ใช่ของเราเลย ที่เคยคิดว่าเป็นเรา คิดแต่ละอย่าง เราคิด ความคิดเป็นของเรา หวงแหนอย่างยิ่ง แต่ที่จริงมันไม่ใช่ของเรา อารมณ์ที่เกิดขึ้นก็เหมือนกัน แต่ก่อนโกรธเกิดขึ้นทีไร เราโกรธ เวลาโมโหเกิดขึ้นทีไร เราโมโห เวลาปวด กายปวด มันไม่ใช่กายปวด เราปวด เวลาดีใจมันไม่ใช่ความดีใจแต่เราดีใจ แต่พอมาดูใกล้ชิด ดูแต่ละขณะๆ พบว่ามันไม่ใช่เรา อันนี้เริ่มเห็นความจริงที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งทำให้เราเป็นอิสระ ทำให้เรารู้จักปล่อยรู้จักวาง ไม่ยึดติดถือมั่น
    ธรรมะคือสิ่งที่เป็นสัจธรรม ทำให้เรามองเห็นชีวิตในมุมที่ยาวไกล และขณะเดียวกันทำให้เห็นตัวเราเองแต่ละขณะๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์มาก จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ มองเห็นชีวิตที่ยาวไกล เห็นมันไม่เที่ยง มีเจริญมีเสี่อม มีขึ้นมีลง เท่านั้นไม่พอยังทำให้เราหลุดจากความทุกข์ เราจะรับมือความผันผวนแปรปรวนไม่ได้ จนกว่าเรามารับมือดูใจ จนกระทั่งเห็นความเป็นไปของแต่ละขณะ เมื่อนั้นเราจะรู้จักปล่อยรู้จักวาง และเห็นธรรมชาติของกายและใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เห็นแค่ชีวิตในมุมที่ยาวไกลเท่านั้น
    เพราะฉะนั้น หันกลับมาดูใจของเราอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็รู้จักใคร่ครวญชีวิตของเราที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้เห็นถึงความเป็นไปในวันข้างหน้า
    29 min
  • 25640314pm--อย่าเปิดช่องให้มารครองใจ

    14 มี.ค. 64 (เย็น) - อย่าเปิดช่องให้มารครองใจ : อารมณ์ก็เช่นเดียวกัน ตัวหลงก็เช่นเดียวกัน มันพยายามทุกทางที่จะครองใจของเรา แต่ว่ามันแพ้ทางสติ มันกลัวถูกรู้ ถูกเห็น นี่เป็นจุดอ่อนที่สำคัญ ดังนั้นเราจึงควรเพียรเจริญสติ หมั่นรู้สึกตัวบ่อย ๆ หมั่นสังเกตความคิด หมั่นมองตนบ่อย ๆ เราจะรู้ทันอารมณ์ได้เร็วขึ้น และไม่เปิดโอกาสให้มันครองใจเรา หรือบงการชีวิตของเราไปตามอำนาจของมัน

    32 min
  • 25640314am--ปล่อยวางสิ่งไม่รักไม่พอใจ

    14 มี.ค. 64 (เช้า) - ปล่อยวางสิ่งไม่รักไม่พอใจ : รู้ทุกข์ กับ ไม่เป็นทุกข์ ต่างกันมากนะ คนส่วนใหญ่เป็นทุกข์ แต่น้อยคนที่รู้ทุกข์ เราจะรู้ทุกข์ได้เพราะเรามีสติ และเห็นว่าอารมณ์เหล่านี้ ไม่น่ายึด สติช่วยพาจิตของเราออกห่างจากอารมณ์เหล่านี้ กลายเป็นเห็น ไม่เข้าไปเป็น ไม่เข้าไปยึดว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา

    ความโกรธไม่ดี แต่เราชอบยึดว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา ความเศร้าก็ไม่ดี แต่เราชอบยึดว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา โกรธทีไรก็กูโกรธ เศร้าทีไรก็กูเศร้า เครียดทีไรก็กูเครียด หรือยึดความโกรธเป็นกูเป็นของกู ยึดความเศร้าเป็นกูเป็นของกู ยึดความเครียดเป็นกูเป็นของกู อารมณ์เหล่านี้น่ายึดเป็นกูหรือของกูที่ไหน แต่เราก็เผลอยึดทุกทีเพราะไม่รู้ตัว แต่พอมีสติปุ๊บ ก็ไม่ยึดเป็นกูเป็นของกูอีกต่อไป ไม่ยึดเพราะเห็น หลวงพ่อคำเขียนเรียกว่า “เห็น ไม่เข้าไปเป็น” และเมื่อเห็นบ่อย ๆ ก็จะเห็นสัจธรรมของสิ่งเหล่านี้ว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เห็นว่าอารมณ์เหล่านี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตนเท่านั้น แม้กระทั่งของที่เคยรัก เคยหวง ทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศ งานการ มันก็ไม่เที่ยง ก็เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน เหมือนกัน
     
    เห็นตรงนี้เรียกว่าเกิดปัญญา และทำให้ปล่อยวางได้ เวลามีความสูญเสีย ก็เสียอย่างเดียว เสียต่อเดียว ไม่มีการเสียสองชั้นหรือเสียสองต่อ คือเสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสีย เวลาเกิดทุกข์เพราะความสูญเสีย พลัดพราก ซึ่งเป็นธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้น มันก็จบแค่นั้น มันไม่ต่อไม่ยืดยาวเป็นทุกข์สองต่อหรือทุกข์สองชั้น มันจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าทุกข์ซ้ำสอง เพราะว่าเสียก็เสียไป แต่ว่าใจไม่ทุกข์ ถ้าเราอยากจะให้ชีวิตมีความสุขก็ต้องรู้จักเรื่องนี้ แล้วทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ เราไม่สามารถป้องกันทุกข์ไม่ให้เกิดขึ้นกับเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถรักษาใจไม่ให้ทุกข์ได้
    28 min
  • 25640313pm--ใจอยู่ถูกที่ ชีวิตอยู่ถูกทาง

    13 มี.ค. 64 - ใจอยู่ถูกที่ ชีวิตอยู่ถูกทาง : ตัวเราจะอยู่ที่ไหน ขอให้ใจมันอยู่ถูกที่ถูกทางก็แล้วกัน ก็คือการอยู่กับปัจจุบัน มีสติ มีความรู้สึกตัว สิ่งนี้จะช่วยทำให้ชีวิตเราอยู่ถูกทางได้ ตัวอยู่ผิดที่ อันนี้ไม่สำคัญเท่ากับว่า ชีวิตที่อยู่ถูกทาง ชีวิตที่อยู่ถูกทางได้เพราะว่าใจอยู่ถูกที่ด้วย คือ มีสติ มีความรู้สึกตัวเป็นเบื้องต้น เป็นพื้นฐานเลย ไม่มีตรงนี้แม้จะอยู่ถูกที่ มันก็ไม่เกิดประโยชน์ มีแต่ความเบื่อ ความเซ็ง หรือว่ามีแต่ความทุกข์ร้อน เพราะใจปรุงแต่งในทางลบทางร้าย มีคนมากมาย ใจปรุงแต่งไปในทางลบจนกระทั่งเจ็บป่วย กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนกระทั่งเส้นเลือดในสมองแตก ทั้งที่อยู่ในถิ่นที่สะดวกสบายก็ตาม เพราะฉะนั้นตัวอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ ขอให้ใจอยู่กับความรู้สึกตัว อยู่กับปัจจุบันให้ต่อเนื่อง 

    29 min
  • 25640305am--อย่าทุกข์ฟรีๆ

    5 มี.ค. 64 - อย่าทุกข์ฟรี ๆ : ความทุกข์มีข้อดีแบบนี้ เพราะฉะนั้น เวลาเกิดขึ้นกับเรา ก็อย่ามัวแต่คร่ำครวญ ตีโพยตีพาย ตั้งสติดีๆ มันเป็นประโยชน์ มันเป็นเครื่องเตือนสติ ตื่นจากความฝัน ไม่ว่าจะเป็นความฝันประเภทใด ฝันดีหรือฝันร้ายให้ตื่นขึ้นมาเห็นความจริง จริงอยู่ความทุกข์ทำให้เจ็บปวด จะปวดกายปวดใจก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากว่าเราไม่มัวแต่จมอยู่ในความทุกข์ ให้ถอนใจออกมาใคร่ครวญ แทนที่จะคร่ำครวญไม่เลิกราเสียที

    หลวงพ่อคำเขียนท่านสอนอยู่เสมอว่า อย่าทุกข์ฟรีๆ เมื่อทุกข์เพราะว่าร่างกายเจ็บป่วย เมื่อทุกข์เพราะว่าร่างกายแก่ชราแล้ว อย่าให้ใจทุกข์ด้วย หรืออย่างน้อยได้ประโยชน์จากมัน ถ้าทุกข์ฟรีๆนี้ขาดทุน ฉะนั้นเมื่อจะทุกข์ทั้งที เราก็หาประโยชน์จากมันให้ได้ เหมือนกับที่มีคนหนึ่งพูดว่า เวลาล้ม ก่อนจะลุก หยิบอะไรติดมาสักหน่อย อาจจะหินสักก้อน หินก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ ทุกข์ไมว่าความพลัดพรากสูญเสียเพราะว่าการงานมีปัญหาชีวิต มีความขรุขระ มีความไม่สบายใจ มีความกลุ้มใจ อย่าหยุดเพียงแค่นั้น ให้กลับมาพิจารณาดูว่า เราเสียนั่นเสียนี่ไปแล้วเราได้อะไรมาบ้าง มันสอนอะไรเราในความทุกข์นี้ และถ้าใคร่ครวญไปเรื่อยๆ เราก็จะพบความจริงของชีวิต เห็นความจริงของตัวเอง ซึ่งช่วยให้คลายจากความทุกข์ หรือพ้นจากความทุกข์ได้ในที่สุด
    27 min
  • 25640304pm--ทุกข์ช่วยให้พ้นทุกข์

    4 มี.ค. 64 - ทุกข์ช่วยให้พ้นทุกข์ : เราต้องรู้จักหรือเข้าใจความทุกข์อย่างถ่องแท้ แล้วเราจะเข้าใจความทุกข์อย่างถ่อแท้ได้เราต้องเจอทุกข์เสียก่อน คนที่ใช้ชีวิตที่พยายามหนีทุกข์ จะไม่มีทางออกจากทุกข์ได้เลยแต่ที่จริงแล้วไม่ว่าจะหนีทุกข์อย่างไร มันก็หนีทุกข์ไม่พ้น ไม่ว่าจะพรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยวัตถุด้วยชื่อเสียงเกียรติยศ แต่ก็ยังทุกข์นั่นแหละ ไม่ใช่ทุกข์เพราะความแก่ ความเจ็บ ความป่วย ความพลัดพราก หรือความตายเท่านั้น มันยังทุกข์เพราะรู้สึกว่ายังมีไม่พอ ที่มีมันเยอะก็จริงแต่ยังมีไม่พอ ยังอยากได้อีก หรือว่ารู้สึกเบื่อ หลายคนที่ชีวิตราบเรียบมีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ยังทุกข์เพราะรู้สึกว่าเบื่อ เหงา เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะหนีทุกข์อย่างไร หรือพรั่งพร้อมด้วยว่าสิ่งเสพอย่างไร มันก็หนีทุกข์ไม่พ้น

    เพราะฉะนั้นป่วยการที่จะหนีทุกข์ แต่จะดีกว่าถ้าหันมาเผชิญความทุกข์ เมื่อเจอทุกข์แล้วก็รู้จักใคร่ครวญ มีสติรู้ทัน เห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น ที่มันบีบคั้นใจที่มันเผาลนใจในยามที่มีเหตุการณ์ต่างๆมากระทบ เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้จักพิจารณาความทุกข์ เริ่มตั้งแต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจ อย่างน้อยก็ให้มีสติ ให้มีความรู้ตัว มันห้ามได้ยากจะไม่ให้มีความโกรธ ความเศร้า ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในใจสำหรับปุถุชน แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้ก็คือว่า ไม่ปล่อยให้มันครอบงำใจ จะทำอย่างนั้นได้เมื่อเรามีสติ มีความรู้ตัว ความรู้ตัวเป็นเครื่องรักษาใจไม่ให้ความทุกข์หรืออารมณ์อกุศลมาครอบงำใจ จิตใจก็เกิดความสงบได้
     
    เหมือนกับว่ามีกองไฟอยู่กองหนึ่ง แทนที่จะกระโจนเข้าไปในกองไฟ เราถอยออกมาดูมัน ยิ่งถอยออกมาเท่าไหร่ความทุกข์ก็น้อยลง ความสงบความร้อนร่มก็จะน้อยลง มีความเย็นมาแทนที่ แล้วต่อไปถ้าเราใคร่ครวญ พิจารณา ก็จะเห็นเลยว่าทุกข์เพราะอะไร เมื่อรู้ว่าทุกข์เพราะอะไร คำตอบก็จะออกจากทุกข์ได้อย่างไรคำตอบจะปรากฏหรือเฉลยขึ้นมาได้
     
    เพราะฉะนั้นแม้ว่า หลงจะทำให้ทุกข์ แล้วทุกข์ก็ทำให้หลง แต่ว่ามันก็มีโอกาสที่ความทุกข์จะทำให้เกิดความรู้ รู้แจ้งในสัจธรรมจนออกจากทุกข์ได้ จะว่าไปแล้ว ความทุกข์มันก็สามารถที่จะเป็นปัจจัยให้เราพ้นทุกข์ได้ ความทุกข์เป็นปัจจัยให้เราพ้นทุกข์ได้ถ้าเราเข้าใจความทุกข์ หลวงพ่อคำเขียนพูดว่าเห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นทุกข์ เป็นทุกข์เสียก่อน ถ้าเห็นทุกข์ เข้าใจทุกข์อย่างแท้จริง ก็พ้นทุกข์ได้ แต่ไม่มีทางพ้นทุกข์ได้เลยถ้าหากว่าไม่เห็นทุกข์ หรือว่าไม่เจอทุกข์เสียก่อน เพราะฉะนั้นเวลาเราเจอทุกข์ ก็ตั้งสติให้ดี รักษาใจไม่ให้ทุกข์ แล้วก็ใช้ทุกข์นั้นแหล่ะในการที่จะเปิดใจให้เห็นปัญญา จนกระทั่งสามารถที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งทั้งปวงได้อย่างถูกต้องด้วยความไม่ยึดมั่นถือมั่น
    34 min
  • 25640228am--ปัจจุบันคือบ้านของใจ

    28 ก.พ. 64 - ปัจจุบันคือบ้านของใจ : ที่ผ่านมาเราหาบ้านให้กาย เราทุ่มเทเงินทอง แล้วก็เวลาสำหรับการหาบ้านให้กับร่างกาย บ้านที่เราอยู่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นบ้านเช่า ที่เป็นของเราเอง ที่จริงก็เป็นแค่บ้านของกาย แต่มันไม่ใช่บ้านของใจ แต่ถ้าเรามีความเป็นธรรมกับกาย กับใจ หาบ้านให้กายไปก่อนแล้วก็หาบ้านให้ใจ บ้านของใจก็ไม่ได้อยู่ที่ไหนมันก็คือบ้านของกาย ฝึกให้ใจมาอาศัยกายเป็นที่พักพิง เวลาเดิน ใจก็อยู่กับการเดิน เวลานั่งใจก็อยู่กับการนั่ง เวลาเรากินเคี้ยวลิ้ม ใจเราก็อยู่กับกินเคี้ยวลิ้ม เวลากายเดินไปข้างหน้า ใจก็เดินไปข้างหน้าด้วย รับรู้ว่ากายเคลื่อนไปข้างหน้า เวลากายถอยหลัง ใจก็รับรู้ เลี้ยวซ้ายแลขวา ไม่ใช่เป็นเรื่องของกายอย่างเดียว เป็นเรื่องของใจด้วย ใจก็รับรู้ด้วย

    แต่ว่าหาบ้านให้ใจแล้ว บางทีใจก็หายหัวไปด้วย นอกจากหาบ้านให้ใจแล้ว ก็ต้องพาใจกลับมาด้วย พาใจกลับมาบ้าน ใหม่ๆ ใจเหมือนกับเด็กใจแตก ชอบเที่ยว ทั้งๆที่มีบ้านแล้ว หาบ้านให้แล้วใจก็ยังชอบเที่ยวชอบเถลไถล และบางทีก็ถูกจับถูกลักพาตัวไป หรือหายไปในโลกแห่งความคิด ไหลลงไปในหลุมอารมณ์ ถูกดักถูกลักพาถูกจับพาไป หรือหลงป่าแห่งความคิด บางคนไม่รู้ว่าใจหายไปไหน เพราะว่าหลงวนอยู่ในความคิดจนออกมาไม่ได้
     
    เราต้องรู้จักพาใจกลับมาอยู่บ้าน คำว่าบ้านมีความหมายพิเศษก็คือว่า เมื่อใจมาอยู่บ้าน บ้านคือที่ที่เรามีอิสระเสรีจะเข้าจะออกจะไปไหนก็ได้ ที่ๆเราเรียกว่าบ้านคือที่ๆเรามีอิสระ จะอยู่จะไปจะเข้าจะออก บ้านของใจก็ฉันนั้น ก็เหมือนกัน เมื่อเราเอากายเป็นบ้านของใจ ไม่ว่าใจจะอยู่กับกาย หรือจะไปไหนก็ได้ ให้มันมีอิสระ
    27 min
  • 25640227pm--บ่มเพาะภูมิคุ้มใจ

    27 ก.พ. 64 (เย็น) - บ่มเพาะภูมิคุ้มใจ : จิตใจเรา ถ้าหากว่ามีภูมิคุ้มใจที่ดี มันก็ทำให้จิตใจปลอดโปร่งปลอดภัยจากอารมณ์ต่างๆ ไม่ให้มารุมเร้า แต่ถ้าหากว่า เราไม่ฝึกจิตให้ดี ไม่ฝึกสติให้ฉลาดในการรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ต่างๆมันก็ปล่อยอารมณ์เหล่านั้นเข้ามาเล่นงาน จนเกิดความทุกข์ เกิดความกลัดกลุ้ม กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย

    ชีวิตที่ปลอดจากความทุกข์เลยไม่มีปัญหาเลย มันไม่ใช่เป็นชีวิตที่ดี มันเป็นชีวิตที่เสี่ยงต่อความทุกข์ ก็เหมือนกับเด็กที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดเชื้อ ไม่มีเชื้อโรคใดๆเข้ามา อันนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป มันเป็นอันตรายมันเป็นภัยต่อเด็กในระยะยาวเมื่อเด็กโตขึ้น พอไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็ไม่มีประสบการณ์ หรือถูกเชื้อโรคเล่นงาน หรือไม่เช่นนั้นก็ไปอาละวาดก่อกวนกับสิ่งที่ไม่ได้เป็นโทษ สิ่งที่ไม่ได้เป็นภัย จนเกิดโรคแพ้นั่นแพ้นี่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นการที่ชีวิตของเราเจออุปสรรค เจอปัญหา หรือว่ามีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่แย่เสมอไป มันเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันมาฝึกฝนให้สติฉลาดปราดเปรียว และก็สามารถที่จะทำงานได้ดี รักษาจิตให้ปลอดภัยได้
    28 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

60 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

8 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners