
Sign up to save your podcasts
Or


วินาทีไร้น้ำหนัก จะมาบอกเล่าเรื่องราวหลากหลายชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำ มนุษย์เสื้อคอปกขาว นักธุรกิจ ภรรยาน้อย แม่ที่ถูกลูกทอดทิ้ง ไปจนถึงชีวิตของลูกสุนัขจรจัดที่ไม่มีใครเลี้ยงดู
เมื่อเราอ่าน วินาทีไร้น้ำหนัก ฉับพลันทันใดก็ชวนให้นึกถึงหนังสือของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง "หลายชีวิต" ที่เล่าเรื่องราวของหลากหลายชีวิตที่ลงเรือลำเดียวกันและได้จบชีวิตลง ... ในส่วนของวินาทีไร้น้ำหนัก เราตัดภาพมาจากเรือและแม่น้ำ มาเป็นภาพรถตู้ รถยนต์ และอุบัติเหตุบนทางด่วน
หลากหลายเรื่องราวที่ได้อ่าน มันมีทั้งภาพจำอันแสนเศร้า การลุ้นให้ตัวละครได้เริ่มต้นใหม่ ลากยาวไปจนถึงการเสียดายชีวิตอันแสนสั้นของใครอีกหลายคน
เราลองมาฟังการรีวิวหนังสือเรื่อง "วินาทีไร้น้ำหนัก" กันค่ะ
เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ อ่านเผิน ๆ เหมือนเรากำลังอ่านถึงเรื่องราวความรักระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาว ทว่า แท้จริงแล้วนั้น หนังสือเล่มนี้มันเป็นหนังสือเรื่องแต่งประเภทฮาวทูต่างหาก
เรื่องราวของความสับสนว้าวุ่นในวัยรุ่น วัยที่เราไม่แน่ใจว่าเรานั้นโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร ทั้ง ๆ ที่เราเองมีตัวเลือกอยู่เต็มไปหมด นอกเหนือไปจากเรื่องราวของความหวัง ความฝัน เรายังมีทั้งความมั่นใจผสมซ่อนอยู่กับปมด้อย ความไม่มั่นใจในตนเอง กลัวการถูกตัดสินจากสังคม ทำให้จิตใจที่เราอาจจะชื่นชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เมื่อเป็นเพราะความกลัว ความฝันของเราเลยไม่ได้ถูกลงมือทำ และมันก็กลายเป็นเพียงแค่ความฝันไปจริง ๆ
จะดีกว่านี้ไหม หากมีใครสักคน ที่มาช่วยนำทางให้แก่เรา บอกกับเราว่า เรานั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน และควรจะดำเนินชีวิตอย่างมั่นใจอย่างไร
หนังสือเล่มนี้ มีไว้เพื่อทุกคนค่ะ "หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งไม่มีวางขาย"
ในรอบสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกท่านไปผจญภัยจากกรุงเทพฯลงสายใต้กัน หนังสือเรื่อง "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น" ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอายุอานามกว่า 30 ปี แล้ว (และกำลังเตรียมย่างเข้าสู่ 40 ปี) เป็นเรื่องราวว่าด้วยการท่องเที่ยวผจญภัยของชายหนุ่ม หญิงสาวหลากหลายชีวิตจากรั้วสามย่าน ที่เดินทางด้วยการโบกรถข้ามจังหวัดเป็นระยะทางกว่าหลายร้อยกิโลเมตร
ใครที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ ต้องบอกว่ามันเป็นหนังสือที่ควรจะถูกบรรจุเอาไว้ในหนังสือแนะนำ ไม่ต่างจากเรื่องคนอยู่วัด หรือ น้ำพุ เพราะหนังสือทุกเล่มต่างพูดถึงเรื่องราว coming of age (นิด ๆ) ที่เกิดจากประสบการณ์จริง
เราไปหาคำตอบกันได้ใน หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น กันต่อได้เลยค่ะ
จะเป็นอย่างไร หากคุณเหลือเวลาในชีวิตเพียง 24 ชั่วโมงสุดท้ายหรือน้อยกว่า วันนั้นที่เป็นวันสุดท้าย ชั่วโมงสุดท้าย นาทีสุดท้ายในชีวิตของคุณ คุณอยากเลือกที่จะทำอะไร
หนังสือเรื่อง "ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมงสุดท้าย" จะพาคุณไปพบกับทางเลือกของคนที่กำลังเหลือเวลาอาศัยอยู่ในโลกอีกไม่นาน ทางเลือกนั้นจะเป็นจริง เฉพาะในช่วงเวลาสุดพิเศษนี้เท่านั้น แต่เมื่อเวลาจบลง เรื่องราวทั้งหมดจะสลายหายไป ราวกับไม่เคยมีเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ และความทรงจำที่มีก็จะสลายหายไปด้วย
หนังสือเล่มนี้ อาจจะเป็นหนังสือที่ทำให้ท่านตั้งคำถามกับชีวิต ว่าเราได้ดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่เรารักหรือไม่ หรือแม้กระทั่งว่า เราเองนั้นเคยค้นพบในสิ่งที่เราชอบจริง ๆ หรือไม่ ที่สำคัญคือ ถ้าเราจะตายขึ้นมาจริง ๆ คำขอประการสุดท้ายที่อยู่ในความต้องการในห้วงลึกของจิตใจเรา จะเป็นอะไร
พบกับเรื่องราวความตายของชายวัย 40 ปีคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา ในหมู่บ้านที่บอกตัวเองว่าเป็น "หมู่บ้านไร้อาชญากรรม" จะเป็นอย่างไรหากคนตาย 1 คน ทำให้คนในหมู่บ้านทั้งหมด กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาฆาตกรรม ทำลายศพ สมรู้ร่วมคิด (และอื่น ๆ อีกมากมาย) ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เราจะหาฆาตกรที่แท้จริงเจอหรือไม่
พบกับหนังสือขายดีจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีความยาว 300 กว่าหน้า ที่จะพาเราไปพบกับธาตุแท้ของมนุษย์ การโกหกหลอกลวง การอำพราง และการค้นหาความจริงที่แท้ทรู!
ในรอบสัปดาห์นี้ เราอยากจะพาทุกท่านย้อนวัยไปยังสมัยเรียนมัธยมศึกษา
แน่นอนว่า ชีวิตของพวกเรานั้น ต้องผ่านมาทั้งเรื่องบวกและเรื่องลบ ในส่วนของประเด็นเชิงลบนั้น การเลิกคบเพื่อน การถูกกลั่นแกล้งในสมัยที่เราเรียนหนังสืออยู่ ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็อยากหลีกเลี่ยง แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ได้พ้น
หนังสือเล่มนี้ จะลองพลิกมุมแนวความคิดเรื่องการจัดการกับประเด็นที่เราไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย ด้วยการเชิญชวนให้เรามองคนรอบข้าง ด้วยสายตาและท่าทีที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ตัดสินคนอื่น และเลือกที่จะรับฟังให้มาก
เราพบว่า มันเป็นเรื่องราวที่ดี อ่านจบภายในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับเป็นหนังสือที่เอาไว้ทบทวนชีวิตตัวเอง เราโตมาอย่างไร มีเรื่องอะไรที่เราอยากจะกลับไปแก้ไขหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่มันแก้อะไรไม่ได้เอาป่านนี้แล้ว แต่ถ้าเราอยากจะเริ่มต้นใหม่ เราจะทำได้อย่างไร
ไปติดตามตกหลุมรักทกโกซมกันค่ะ
พวกเธอวางใจไว้เถิด ว่ารักครั้งแรกของพวกเธอ มักจะเป็นรักที่เธอมิอาจลืมเลือน
หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของรักแรกระหว่าง ฟูจิชิโระ จิตแพทย์ผู้กำลังจะเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว และฮารุ ผู้ส่งจดหมายจากทางไกลมาให้ฟูจิชิโระ เรื่องของเรื่องก็คือว่า มันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฟูจิชิโระกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น และฮารุคือรักแรกของเขาที่อยู่ดี ๆ ความสัมพันธ์เมื่อหลายปีก่อนจบลงแบบค้างคาใจ โดยที่ทั้งคู่เหมือนจะยังรักกันอยู่ (นะ)
คำถามก็คือว่า ฮารุ กลับมาอีกทำไม
หนังสือเล่มนี้พูดถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ไว้อย่างชัดเจนแบบไม่มีกั๊ก ทั้งเรื่องเชิงบวกและเรื่องเชิงลบ สำหรับใครก็ตามที่มูฟออนเป็นวงกลม เพราะความรักครั้งเก่าฝังตรึงอยู่ในห้วงความคิด เราคิดว่าคุณควรจะอ่านหนังสือเล่มนี้
มันก็คือหนังสือที่สะท้อนเรื่องความรักนั่นแหละ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นนะ มันพูดถึงเรื่องของทางเลือก การตัดสินใจ ผลกระทบของเราที่มีต่อบุคคลที่สาม (และอื่น ๆ อีกมากมาย)
ถ้าใครมีความรักที่ดี เราอยากแนะนำให้อ่าน ถ้าใครยังไปไม่พ้นจากรักครั้งเก่า เราก็อยากให้อ่าน และใครที่ยังไม่เคยมีความรัก เรายิ่งอยากให้คุณอ่านเข้าไปใหญ่เลยแหละ
ถ้าใครเกิดทันภาพยนตร์เรื่อง Love Actually (2003) แล้วละก็...เราบอกได้เลยว่าหนังสือเรื่อง โกโก้อุ่น ๆ กับคุณในวันพฤหัสฯ จะพาเราไปพบกับเรื่องราวประมาณ Love Actually ในเวอร์ชันหนังสือ เล่มนี้อ่านสนุก ไม่มีเรื่องเศร้า มีแต่เรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกเต็มอิ่มในหัวใจ หากใครชอบหนังแนว Feel-Good เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะต้องถูกใจท่านอย่างแน่นอน
เรื่องราวแบ่งออกเป็น 2 สถานที่หลักคือโตเกียวกับซิดนีย์ เหมาะมากสำหรับคนมีความหลังยังต่างแดน หรือคนที่พกพารักแท้ / หนีรักไปต่างแดน (แต่หนีไม่พ้น)
อ่านไปเถอะเล่มนี้ ไม่มีเสียดายเวลาแน่นอน :)
ในรอบสัปดาห์นี้ เอาใจแฟนหนังสือที่ชอบอ่านเรื่องสั้นโดยนักเขียนชาวไทย "คนอยู่วัด" โดยไมตรี ลิมปิชาติ
รู้หรือไม่ว่า คนอยู่วัด จัดเป็นหนังสือขายดี ที่มียอดขายการันตีแล้วกว่า 700,000 เล่ม! เรื่องราวของคนอยู่วัด เป็นเรื่องสั้นที่เล่าถึงตัวละครอันหลากหลายที่มาอาศัยพึ่งบารมีของหลวงพ่อในการหลับนอนในวัดแห่งหนึ่ง ณ กรุงเทพมหานคร
คุณไมตรี เล่าถึงเรื่องราวในอดีตของตนเองที่เป็นเด็กวัดมาก่อน และเล่าถึงเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนของเขาที่เป็นเด็กวัด หลายคนอาจคิดว่าใครกันนะ ที่มาเป็นเด็กวัด ทำไมพ่อแม่ถึงปล่อยให้มาอยู่วัด ไม่ไปอยู่บ้านเสียล่ะ คำตอบก็คือ หลายคนเป็นนักเรียนจากต่างจังหวัดที่พ่อแม่ส่งเงินให้มาเรียนหนังสือ ครั้นจะไปอาศัยอยู่กับญาติเห็นทีจะไม่สะดวกนัก เลยส่งให้มากินอยู่อย่างประหยัดในวัดเสียเลย
วัดนั้น มีทั้งเด็กดี เด็กดื้อ ปะปนกันไป สุดแท้แต่ชะตากรรม ชะตาชีวิตจะพาเราไปพบเจอ แต่รับรองว่า ในหนังสือเล่มนี้ ได้เล่าถึงบรรยากาศการอยู่วัดและเด็กวัดได้อย่างละเอียด เห็นภาพได้ชัดเจน พร้อมกับเรื่องราวสุดประทับใจ ที่ใครหลายคนในชีวิตจริง ผู้ต่อมาได้กลายมาเป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศ ต่างล้วนเติบโตขึ้นมาจากการเป็นเด็กวัด
คิดถึงเพลงท่อนนี้เลย "บ้านก็ไม่ต้องเช่า กับข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ปรึกษาหารือไม่ต้องเสียสตางค์"
ในรอบสัปดาห์นี้ รายการ Infinity Books ขอเอาใจคนที่ชอบอ่านหนังสือประเภทเรื่องสั้นด้วยการนำเอาหนังสือรางวัลซีไรต์มารีวิว "ซอยเดียวกัน" โดยวาณิช จรุงกิจอนันต์ (รางวัลซีไรต์ปี พ.ศ. 2527)
ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว แต่อันที่จริงแล้ว ซอยเดียวกัน เป็นหนังสือประเภทเรื่องสั้น ที่มีเรื่องสั้นหลาย ๆ เรื่องรวมอยู่ด้วยกันแบบจบในตอน มีตั้งแต่เรื่องสั้นแนวสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องสะท้อนสังคม ไปจนถึงเรื่องตลก
ถึงแม้ว่าวันนี้คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ จะไม่ได้มีโอกาสเขียนหนังสือให้พวกเราอ่านอีกแล้ว แต่เรื่องซอยเดียวกัน ยังคงเป็นเรื่องราวที่ไม่ตกยุคตกสมัย และยังสามารถสะท้อนสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ เราอ่านแล้ววางไม่ลงจริง ๆ สนุกมาก อ่านรวดเดียวจบเล่ม
From the publisher's feed

4 Listeners

17 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

2 Listeners

0 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

2 Listeners

0 Listeners

66 Listeners

3 Listeners

13 Listeners

12 Listeners

17 Listeners

3 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

1 Listeners